“ทั้งสามคนนี้ให้ความรู้สึกแปลกประหลาดนัก”
ชายหนุ่มชุดเขียวใช้นิ้วสองนิ้วคลึงหมากหยกเม็ดหนึ่ง สีของมันไม่ดำไม่ขาว “ไม่รู้ว่าอาจารย์คิดจะทำสิ่งใดกันแน่”
เขาพึมพำกับตนเองเบา ๆ สายตายังคงจับจ้องกระดานหมาก
เพียะ!
หมากหยกเม็ดหนึ่งค่อย ๆ วางลง ทันใดนั้นกลิ่นอายสังหารอันน่าสะพรึงก็พลุ่งขึ้นทั่วกระดาน ทว่าชั่วพริบตาก็เลือนหายไป
แววลังเลที่ยากจะบรรยายวูบผ่านดวงตา หากอาจารย์ยังคงถูกพันธนาการด้วยความยึดติดในใจ ไม่อาจทะลวงขั้นได้อีก เช่นนั้นก็มีแต่ต้อง...ทำลายต้นตอแห่งความยึดติดนั้นเสีย
ในขณะนั้น ลมหนาวคมกริบพัดวูบขึ้นภายในลานเล็ก ผู้บำเพ็ญขั้นหยวนอิงสองคนสวมหน้ากากสีขาวปรากฏกายขึ้นอย่างเงียบเชียบราวภูตผี
“คารวะนายน้อย”
ทั้งสองยืนอยู่เบื้องหน้าชายหนุ่มด้วยท่าทีเคารพอย่างยิ่ง
ชายหนุ่มชุดเขียวขมวดคิ้วเล็กน้อย “มีเรื่องใด”
“เรียน นายน้อย โควตาเส้นแร่หินเสวียนย้ายดาวในสามแคว้น คุณชายเจ็ดไม่ยอมยกให้ ทั้งยังส่งผู้บำเพ็ญจำนวนมากออกมา หมายจะแย่งชิงกับท่าน”
“หึ ๆ กล้าส่งเสียงเอะอะถึงเพียงนี้ คงหาพันธมิตรได้แล้วกระมัง?”
ชายหนุ่มชุดเขียวหัวเราะเบา ๆ พลางหยิบหมากหยกบนกระดานขึ้นมา “เช่นนั้นก็ยกให้พวกเขาไป ไม่ต้องแย่งชิง”
ผู้บำเพ็ญขั้นหยวนอิงทั้งสองเฉลียวฉลาดเพียงใด พวกเขาสบตากันเงียบ ๆ ดูท่าในดินแดนสามแคว้นนั้น นายน้อยคงวางหมากไว้เรียบร้อยแล้ว
“สวรรค์ประสงค์ให้ผู้ใดพินาศ ย่อมทำให้ผู้นั้นคลุ้มคลั่งเสียก่อน เขาละโมบเกินไปแล้ว”
ชายหนุ่มชุดเขียวดูไม่สนใจนัก ก่อนเปลี่ยนเรื่องว่า “พวกเจ้ามาคราวนี้ คงมีจุดประสงค์อื่นด้วยกระมัง”
“นายน้อย ท่านอยู่ที่นี่มา 50 ปีแล้ว นายท่านถามว่า...เมื่อใดท่านจะกลับหอการค้า”
