ภายในเรือเหาะ เงาร่างสามร่างที่มีขนาดแตกต่างกันยืนอยู่ใต้ต้นกระเรียนวิญญาณห้าธาตุบริเวณท้ายเรือ
สิงโตโบราณเพลิงชาดตื่นเต้นไปทั้งตัว มองเมฆหมอกที่พาดผ่านขอบฟ้า มันไม่เคยบินสูงถึงเพียงนี้มาก่อน ยิ่งบินสูงขึ้น เมฆยิ่งหนาแน่น ก็ยิ่งมีโอกาสพบสัตว์วิญญาณเหินเวหาที่แข็งแกร่งกว่า
ทว่าหลังจากตื่นเต้นอยู่ครู่หนึ่ง ความหวาดหวั่นก็เข้าครอบงำ ที่ราบใหญ่เทียนต้วนบนพื้นดินเริ่มเลือนรางลงทุกที มันชักอยากกลับไปเสียแล้ว...
“มอ~” วัวดำตัวใหญ่ใช้หัวดุนสิงโตโบราณเพลิงชาด อีกฝ่ายกำลังเหม่อลอย หยดเหงื่อเย็นพลันไหลลงมา พอถูกดุนก็สะดุ้ง แล้วหันไปมองวัวดำตัวใหญ่
“เจ้าสิงโต มีนามเต๋าหรือไม่?”
เฉินสวินพิงต้นไม้ พลางเผยรอยยิ้มบาง ๆ ร่างทั้งร่างจมอยู่ในเงามืด “ข้าจำได้ว่าผู้บำเพ็ญขั้นหยวนอิงมักจะมีนามเต๋าสักชื่อ”
“ผู้อาวุโส ข้าอยู่แต่ในที่ราบใหญ่เทียนต้วนมาตลอด จะต้องมีนามเต๋าไปไยขอรับ”
สิงโตโบราณเพลิงชาดยิ้มเจื่อน ร่างแปลงกายของมันมีขนาดพอ ๆ กับสุนัขพันธุ์ทิเบตัน ทว่ากลับดูพิกลอยู่บ้าง ระหว่างคิ้วมีลวดลายสีแดงจาง ๆ
ขนยาวยุ่งเหยิงบนหัวสั่นไหวไม่หยุด ประกอบกับสีหน้าท่าทางเจ้าเล่ห์น่าขัน จึงดู “ท่าทางซื่อใส แต่ภายนอกเท่านั้น”
“ข้ายังไม่ได้แนะนำพวกเจ้าอย่างเป็นทางการเลย วัวเฒ่า มานี่”
“มอ~”
วัวดำตัวใหญ่ก้าวเข้ามาหลายก้าว ยืนข้างเฉินสวินแล้วเอาตัวถูไถเขา ต้นกระเรียนวิญญาณห้าธาตุที่อยู่ด้านหลังแผ่แสงเรืองรองจาง ๆ
“ข้ามีนามว่าเฉินสวิน ต่อไปเจ้าเรียกข้าว่าพี่สวิน ส่วนวัวเฒ่าชื่อวัวดำซีเหมิน ต่อไปเรียกพี่วัวก็พอ”
