พร้อมกับคำสั่งของเกาหยาง เหล่าขุนพลเริ่มเตรียมการอย่างเป็นระเบียบ
“นายท่านกอง เหตุใดจึงไม่ใช้สีดำ?” ทหารเก่าบางนายลูบถุงหนังแกะใต้ท้องม้าแล้วถาม
หวังเซียวสะบัดแส้ม้า “โง่! สีดำดูดแสง ม้าจะถูกย่างเป็นเนื้อแห้ง”
“ส่วนที่ผูกแพรแดงที่หางม้า เป็นคำสั่งของใต้เท้าเกา แพรแดงมีความยาวคลื่นมาก ในแสงกระจายจึงเด่นชัดกว่าสีอื่น ยิ่งใต้แสงจันทร์ยิ่งสะดุดตา เช่นนี้ก็จะไม่ทำให้ฝูงม้าหลงรูปขบวนเพราะพายุทราย
“ส่วนหญ้าอูฐนี้ ลำต้นแข็งและมีหนามมาก เมื่อม้าศึกเคลื่อนไหวจะเกิดแรงสั่นสะเทือนเชิงกล ทำลายชั้นขอบเขตความร้อนรอบขา ช่วยให้อากาศไหลเวียน ลดอุณหภูมิได้สามถึงห้าส่วน!”
”ถุงหนังแกะใต้ท้องม้า ใช้การระเหยดูดความร้อนมาช่วยให้ม้าศึกเย็นลง!”
“ฮืม!”
ทหารจากเมืองชายแดนบางส่วนได้ฟัง ต่างมีสีหน้าตะลึงงัน
สิ่งเหล่านี้สำหรับพวกเขา ช่างเหมือนคัมภีร์สวรรค์!
หวังเซียวนึกถึงอูฐ ต้นหูหยาง มดทราย และจานทองแดงใหญ่ที่ใช้พยากรณ์พายุทรายดำที่เกาหยางเตรียมไว้
มุมปากของเขาเผยรอยยิ้มหยิ่งผยอง แล้วกล่าวว่า “ตามใต้เท้าเกาไป ยังมีเรื่องเหลือเชื่ออีกมาก!”
“ครั้งนี้พวกเจ้าจงสังหารข้าศึกให้ดี สร้างผลงานตั้งตัวเถิด!”
ครู่หนึ่งให้หลัง
เกาหยางขี่อาชาศึกสง่า มองดูนาฬิกาทรายใหญ่ที่ช่างฝีมือประจำทัพทำจากไม้หูหยาง บัดนี้ทรายไหลผ่านไปครึ่งหนึ่งแล้ว
ในใจของเกาหยางรู้ดีว่า ตามแผนที่วางไว้แต่เดิม ลวี่เจิ้นควรมาถึงเขาชางหลานแล้ว และจะก่อความวุ่นวายครั้งใหญ่ที่นั่น
