จวนติ้งกั๋วกง
ในเรือนเล็ก
อู่เจ๋อเทียนประทับบนเก้าอี้หิน ทรงยกถ้วยชาร้อนกรุ่นขึ้นจิบเบา ๆ กลิ่นหอมของชาฟุ้งกระจายทันใด
ราวกับทรงนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงทอดพระเนตรไปยังเกาฉางเหวินแล้วตรัสว่า “สำนักม่อยิ่งใหญ่ มีวิชากลไกสืบทอดมานับร้อยปี เหตุใดการสอบคัดเลือกจวี้จื่อคนต่อไปแห่งสำนักม่อ จึงใช้โจทย์นี้ทดสอบ แทนที่จะใช้กลไกของสำนักม่อเล่า มีเหตุผลอันใด”
“ช่างน่าประหลาดนัก”
เกาฉางเหวินได้ฟังก็รีบตบอกพลางกราบทูลว่า “ฝ่าบาท การสอบของสำนักม่อย่อมเกี่ยวพันกับวิชากลไกอยู่แล้ว และดูเหมือนว่าขณะนี้สำนักม่อกำลังมีปัญหาด้านการคลังอย่างหนัก จึงกำหนดให้สร้างกลไกที่สามารถหารายได้”
“กลไกหาเงินงั้นหรือ”
อู่เจ๋อเทียนได้ฟังก็ทรงสนพระทัยขึ้นมาทันที
“เช่นนั้นเจ้ามั่นใจในกลไกหาเงินนี่หรือไม่” อู่เจ๋อเทียนตรัสถาม
นางทอดพระเนตรเกาฉางเหวินด้วยทรงคิดว่า เรื่องนี้เกาฉางเหวินคงจนปัญญา
เกาฉางเหวินได้ฟัง พลันหันไปมองเกาหยาง เสียงภาคภูมิใจของเขาดังขึ้น “ข้าย่อมไม่มั่นใจ แต่ข้ามีพี่ชาย”
“เมื่อครู่นี้ พี่ชายบอกข้าว่ามีกลไกหนึ่งที่สามารถกวาดทรัพย์ได้มหาศาล เรียกว่า... เครื่องคีบตุ๊กตา”
“เครื่องคีบตุ๊กตาหรือ”
อู่เจ๋อเทียนและซ่างกวันวานเอ๋อร์ได้ฟัง ต่างก็จับจ้องไปที่เกาหยาง
“เกาอ้ายชิง เครื่องคีบตุ๊กตานี้คืออะไร”
แววพระเนตรของอู่เจ๋อเทียนเปี่ยมด้วยความใคร่รู้
นางทรงทราบดีถึงความสามารถในการหาเงินของเกาหยาง ทั่วทั้งมหาจักรวรรดิเฉียนและใต้หล้านี้ ไม่มีผู้ใดเทียบเทียมได้ เมื่อเขาเอ่ยปาก เช่นนั้นเครื่องคีบตุ๊กตานี้จะต้องกวาดทรัพย์ได้มหาศาลเป็นแน่
