ภายในโถงพระ
ซ่างกวันวานเอ๋อร์นั่งเหม่ออยู่บนเก้าอี้ มองออกไปนอกหน้าต่าง
ราตรียิ่งดึกก็ยิ่งมืดมิด และเงียบสงัดยิ่งขึ้น นางที่ไม่อาจหลับสนิทมาเนิ่นนานหลายวัน กลับไร้ซึ่งความง่วงงุนแม้เพียงน้อยนิด
ยามวิกาล
เปลวเทียนริบหรี่ ส่องสว่างทั่วทั้งโถงพระ
ซ่างกวันวานเอ๋อร์สวมกระโปรงยาวสีคราม ใบหน้างามผุดผาดที่เดิมทีขาวนวลนั่น ยิ่งเปล่งปลั่งขึ้นท่ามกลางแสงเทียน
นางดึงเส้นผมดำขลับหนึ่งเส้นออกจากศีรษะ แล้วหยิบเข็มเงินเล่มหนึ่งที่แหลมคมยิ่ง
ซ่างกวันวานเอ๋อร์นำเข็มเงินไปลนไฟเทียนให้ร้อนเสียก่อน จากนั้นจึงพันเส้นผมเข้ากับเข็มเงิน แล้วยื่นฝ่ามือเรียวงามนิ้วยาวที่เห็นข้อกระดูกชัดเจนออกมา ใช้เข็มเงินค่อย ๆ ทิ่มลงบนปลายนิ้วชี้
ตามการเคลื่อนไหวของนาง ปลายนิ้วพลันเอ่อท้นด้วยสีแดงฉาน ปลายนิ้วเชื่อมถึงหัวใจ ความเจ็บปวดทำให้คิ้วของซ่างกวันวานเอ๋อร์ขมวดน้อย ๆ ทว่าการณ์นี้ยังมิสิ้นสุด
ซ่างกวันวานเอ๋อร์นำโลหิตจากปลายนิ้วมาแต้มเบา ๆ กลางหว่างคิ้ว
นางคุกเข่าบนเบาะ เงยศีรษะมองพระโพธิสัตว์ที่มีพระพักตร์สง่างามเปี่ยมเมตตา ประสานฝ่ามือขึ้น พร้อมกับหลับเนตรงามของตนเอง ด้วยใบหน้าเปี่ยมศรัทธา
เล่าขานกันว่า เซียนบนสวรรค์ล้วนให้ความสำคัญกับเหตุและผล หากปรารถนาจะให้คำอธิษฐานเป็นจริง ก็ต้องชดใช้ด้วยสิ่งตอบแทน แต่เพียงสามัญมนุษย์ทั่วไป จะมีสิ่งใดให้เทพเจ้าปลงใจเล่า ดังนั้นในหมู่ชาวบ้านจึงเกิดความเชื่อหนึ่งขึ้น นั่นก็คืออายุขัยของตนเอง!
หากใช้เส้นผมดำพันรอบเข็มเงิน ทิ่มลงปลายนิ้ว แล้วนำโลหิตจากปลายนิ้วมาทาตรงหว่างคิ้ว ก็จะสามารถนำอายุขัยของตนเป็นสิ่งล่อใจให้สื่อสารกับเทพ และให้เทพประทานพรได้
นี่คือความเชื่อหนึ่งที่แพร่หลายในหมู่ชาวบ้านของมหาจักรวรรดิเฉียน ฟังดูแล้วน่าขันเพียงใด ตัวนางซ่างกวันวานเอ๋อร์ก็รู้สึกเช่นนั้น ถ้อยความเช่นนี้มีเพียงสตรีที่ไม่รู้หนังสือและงมงายยิ่งเท่านั้นที่จะเชื่อถือเป็นเรื่องจริง