อีกฟากของกระโจมที่พัก
“ราชันย์แห่งความตายอยู่หนใด สิ้นคิดถึงขั้นใช้วิธีสกปรกน่าขยะแขยงเช่นนี้ ก็เพียงเพื่อบีบให้ข้ามา!”
“บัดนี้ข้าหลัวเฉิงมาแล้ว เหตุใดราชันย์แห่งความตายกลับไม่กล้าออกมาพบ!”
หลัวเฉิงสวมเกราะสีขาว เสื้อเกราะเต็มไปด้วยคราบเลือดแห้งกรัง เขาถูกมัดอย่างแน่นหนา แถมยังถูกล่ามด้วยตรวนมือ ตรวนเท้า และขื่อคาที่ล็อกไว้อย่างมั่นคง
ทว่าเขาไม่หวั่นเกรงแม้แต่น้อย กลับตะโกนท้าทายเหล่าขุนพลใหญ่แห่งมหาจักรวรรดิเฉียนด้วยเสียงอันดัง
“คนใกล้ตายยังกล้าเห่าอาละวาด เกรงว่าอีกครู่ท่านอัครมหาเสนาบดีเกามาถึง เจ้าคงร้องไห้ไม่ออก!”
หลี่เอ้อจี๋มีสีหน้าเย็นชา กล่าวด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น
หลัวเฉิงแสยะยิ้มเหยียดหยาม หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “ข้าหลัวเฉิงกล้ามา เหตุใดต้องกลัวตาย?”
หลี่เอ้อจี๋กำลังจะโต้กลับ
พลันได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ ดังมาจากนอกกระโจม
“ท่านขุนพลหลัวเฉิง ไม่พบหน้าเพียงวันเหมือนผ่านไปสามฤดู เจ้าคิดถึงข้านักใช่ไหม!”
เสียงของเกาหยางดังขึ้น ทุกสายตาจึงจับจ้องไปยังทางเข้ากระโจม
เกาหยางสวมเกราะเบาก้าวเข้ามา ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มสนิทสนมอย่างที่สุด
“ราชันย์แห่งความตาย!”
หลัวเฉิงเห็นเกาหยาง ก็กัดฟันกรามแทบแตก
เกือบไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด!
มิเช่นนั้นเมื่อเกาหยางตาย เขาจะยอมตายด้วยก็ไม่เสียดาย
“มัดแน่นดีหรือยัง? ผู้นี้กำลังภายในแข็งแกร่ง ไม่เหมือนขุนพลทั่วไป อย่าประมาท!”
เกาหยางเอ่ยถาม
ผูเอาซูประสานมือกล่าว “ท่านอัครมหาเสนาบดีเกา โปรดวางใจ เชือกนี้มัดแน่นหนา อย่าว่าแต่คนเลย ต่อให้เป็นลูกวัวก็ดิ้นหลุดไม่ได้”