“ลุยเลย! นักเดินทางปาฏิหาริย์ยังฟาร์มป่าอยู่! โห! ตาบอดหรือไง นักเดินทางปาฏิหาริย์!”
พอเดินเข้าร้าน ลู่เจ๋อก็เห็นเงาคนคนหนึ่งนั่งกดคีย์บอร์ดรัว ๆ อยู่หลังโต๊ะทำงาน
เขาอดหัวเราะไม่ได้ คนที่กำลังสบถพึมพำอยู่ก็คือเกิงเหลยนั่นเอง
หมอนี่ชอบเล่นเกมลีกออฟเลเจนด์มาก เล่นมาหลายปีแล้วยังไม่เบื่อ ตอนนี้ก็ยังเข้าเกมมาเล่นโหมดสู้กันทุกวัน
“เถ้าแก่ มีงานเข้ามาแล้ว เลิกเล่นได้แล้ว!”
ลู่เจ๋อจงใจลดเสียงพูด
“รอแป๊บนะ อีกสามนาทีก็จบ... หืม?”
เกิงเหลยรู้สึกว่าเสียงฟังดูแปลก ๆ จึงเงยหน้าขึ้นมอง “เชี่ย? เจ๋อจื่อ? กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?”
ลู่เจ๋อทิ้งตัวนั่งลงข้างโต๊ะน้ำชา แล้วยิ้มตอบ “เพิ่งถึงบ้านเมื่อวาน นายเล่นต่อเถอะ เล่นเสร็จแล้วค่อยคุยกัน”
“เล่นบ้าอะไรล่ะ! เกมจะสำคัญไปกว่าพี่น้องได้ยังไง?”
เกิงเหลยออกจากเกมทันที แล้วไปนั่งข้างโต๊ะน้ำชาชงชาให้ลู่เจ๋อ
ลู่เจ๋อแซวว่า “ชีวิตสบายดีนี่ ลูกน้องทำงาน แต่นายนั่งดื่มชากับเล่นเกมอยู่ในร้านทุกวันสินะ?”
เกิงเหลยหัวเราะหึ ๆ “เมืองเล็ก ๆ ก็แบบนี้แหละ ยังไงฉันก็ไม่ได้หวังจะทำเงินได้มากมายอะไรอยู่แล้ว”
พูดจบเกิงเหลยก็ถามต่อ “เออจริงสิ เจ๋อจื่อ จู่ ๆ กลับมาทำไม แล้วจะไปเมื่อไหร่?”
“ไม่ไปแล้ว ฉันลาออกจากงานทางเมืองจิงหนานแล้ว ต่อไปจะอยู่บ้านนี่แหละ”
เกิงเหลยเบิกตากว้าง “จริงดิ ต่อไปทำงานอยู่บ้านเหรอ?”
“ทำงาน?” ลู่เจ๋อส่ายหน้า “ชาตินี้ฉันไม่ทำงานอีกแล้ว”
“ไม่ทำงานแล้วจะทำอะไรล่ะ?” เกิงเหลยยิ้ม “ไม่งั้นมาทำงานกับฉันไหม ไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่น เดือนหนึ่งฉันจ่ายให้นายสักหกเจ็ดพันได้สบาย”
“พอเลย ฉันเพิ่งได้กลับมาพักผ่อน อย่าพูดเรื่องงานกับฉันเลย”
ลู่เจ๋อยกชาขึ้นจิบอีกครั้ง “เออ ที่มาหานายก็เพราะมีเรื่องจะบอก ฉันซื้อบ้านแล้ว กะจะให้นายรับงานตกแต่งภายใน ทำไหวไหม?”
