“โธ่เอ๊ย คุยไปก่อนสิ เผื่อลู่หย่วนคนนี้จะเป็นสเปกเธอก็ได้ เอาเถอะ ฉันช่วยคุยให้เอง”
พูดจบ สวีเซวียนก็หยิบมือถือของติงหร่านขึ้นมาพิมพ์ข้อความ
“เซวียนเซวียน อย่ามั่วนะ เอามือถือคืนมา!”
ติงหร่านร้อนใจขึ้นมาทันที
“เชื่อฉันสิ หร่านหร่าน”
สวีเซวียนขยับไปหลบอยู่ข้าง ๆ แล้วพิมพ์ข้อความส่งออกไปอย่างรวดเร็ว
“hallo เห็นรูปเรือนเล็ก ๆ ในหน้าโมเมนต์ของคุณแล้ว ต่อไปอยากใช้ชีวิตแบบนั้นเหรอ?”
สวีเซวียนยกมือถือให้ดูพร้อมรอยยิ้มกว้าง
“ฮิ ๆ ส่งไปแล้วนะ หร่านหร่าน ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ได้คุยอะไรมั่ว ๆ เป็นหัวข้อปกติทั่วไป”
“เซวียนเซวียน ฉันไม่อยากคุยกับเขาจริง ๆ นะ ฉันไม่ได้สนใจเขาเลย”
ติงหร่านร้อนใจจนคว้ามือถือกลับมา รีบจะยกเลิกข้อความ แต่กลับพบว่าหมดเวลาไปแล้ว เธอถึงกับอึ้งไปเลย
“หร่านหร่าน ถ้ารอบตัวเธอมีผู้ชายที่เหมาะ ๆ ฉันก็คงไม่พูดหรอก แต่ประเด็นคือไม่มีไง ในฐานะเพื่อนสนิท ฉันก็ต้องช่วยเธอสิ”
ติงหร่านรีบโต้กลับ “เซวียนเซวียน เธอพูดเหมารวมเกินไปแล้ว ฉันว่าลู่เจ๋อก็เหมาะอยู่นะ”
สวีเซวียนชะงัก ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเห็นใจ “เพื่อนรัก ทำไมเธอยังไร้เดียงสาแบบนี้อีก ลู่เจ๋อไม่มีแม้แต่งานเป็นหลักเป็นแหล่ง เธอยังหวังจะคบกับเขาอีกเหรอ? ต่อให้เธอไม่รังเกียจเขา แล้วแม่เธอล่ะ?”
ประโยคเดียวแทงใจติงหร่านเข้าอย่างจัง
