“รถของฉันเอง มีอะไรเหรอ?”
ลู่เจ๋อรู้สึกงุนงงอยู่บ้าง
สีหน้าของติงหร่านดูเหมือนตกใจมาก
เมื่อวานเธอน่าจะเห็นเขาขับรถคันนี้แล้ว
ติงหร่านเหม่อไปเล็กน้อย ก่อนเอ่ยว่า “ไม่มีอะไร... ก่อนหน้านี้นายไม่ได้บอกว่าไม่มีหนี้รถเหรอ?”
“ใช่ ฉันไม่มีหนี้รถ ซื้อด้วยเงินสดทั้งคัน”
“ซื้อด้วยเงินสดเหรอ?”
แววตาของติงหร่านชะงักไป
เมื่อวานลู่เจ๋อบอกว่าไม่มีหนี้รถ เธอเข้าใจว่าเขาคงอายที่จะบอกว่าไม่มีรถ ก็เลยพูดอ้อม ๆ ว่าไม่มีหนี้รถ
แต่ไม่คิดว่าเขาจะมีรถ แถมยังเป็นรถราคา 400,000-500,000 หยวนที่จ่ายเงินสดทั้งคันอีกด้วย
ติงหร่านรู้สึกมึนงงไปหมด
หรือว่า... เธอจะเข้าใจฐานะทางการเงินของลู่เจ๋อผิดไป?
ขณะเดียวกัน ลู่เจ๋อก็ยกจักรยานเสือภูเขาลงมา แล้วปิดฝากระโปรงท้ายให้เรียบร้อย
“ฉันเพิ่งหัดปั่น ยังปั่นไม่เร็ว คงต้องรบกวนให้เธอรอหน่อยนะ”
“ได้สิ ทุกคนก็เริ่มจากมือใหม่กันทั้งนั้น เราไม่ต้องแข่งกันทำความเร็ว แค่เหงื่อซึมนิดหน่อยก็พอ”
“งั้นฉันก็โล่งอก ขอบคุณที่ออมมือให้”
ลู่เจ๋อพูดแซว ก่อนจะมองการแต่งตัวของติงหร่านในวันนี้
ท่อนบนของติงหร่านเป็นเสื้อแขนสั้นสีขาวเข้ารูป เนื้อผ้าแห้งเร็ว เธอมัดผมหางม้าสูง
