“เถ้าแก่ครับ ขอโทษจริง ๆ ที่รบกวน พอดีเราจะเริ่มก่อสร้างตรงช่องจอดรถข้างช่องที่คุณจอดไว้ รบกวนช่วยขยับรถให้หน่อยได้ไหมครับ?”
ผู้จัดการห้างอู๋เยว่พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพมาก
คนที่ขับรถราคาหลายล้านแบบนี้ได้ ไม่รวยก็มีอำนาจ
บางทีอาจเป็นเจ้าพ่อประจำอำเภอก็ได้
เอ๊ะ ไม่สิ เจ้าพ่อในอำเภอส่วนใหญ่ยังซื้อเบนท์ลีย์ไม่ไหวหรอก
พวกเจ้าพ่อในอำเภอส่วนใหญ่ก็แค่รับเหมาก่อสร้างเล็ก ๆ เปิดคาราโอเกะ หรือไม่ก็ทำบ่อทราย ทรัพย์สินส่วนมากมีแค่ยี่สิบถึงสามสิบล้าน
รถที่ขับก็ระดับเบนซ์เอสคลาส บีเอ็มดับเบิลยูซีรีส์เจ็ด หรืออาวดี้เอแปด
คนที่ขับเบนท์ลีย์ได้ ทรัพย์สินคงมีอย่างน้อยห้าสิบล้าน
ไม่ใช่คนที่เจ้าพ่อในอำเภอทั่วไปจะไปหาเรื่องได้หรอก
“ให้ขยับรถเหรอครับ? เดี๋ยวผมไปตอนนี้ ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีได้ไหม?”
“ได้ครับ ๆ ขอโทษจริง ๆ ที่รบกวนคุณ”
“ไม่เป็นไรครับ รถผมขวางงานก่อสร้างเอง คนที่ควรขอโทษคือผมต่างหาก”
ลู่เจ๋อพูดจบก็วางสาย แล้วรีบขับรถไปห้างอู๋เยว่
ผู้จัดการอีกฝั่งนึกถึงน้ำเสียงของลู่เจ๋อเมื่อครู่ ก็อดทอดถอนใจไม่ได้
สมแล้วที่เป็นคนรวย พูดจาดีมีมารยาทกันทั้งนั้น
15 นาทีต่อมา ลู่เจ๋อขับหลี่เซียงแอลเก้ามาถึงลานจอดรถใต้ดินของห้างอู๋เยว่
มีคนหลายคนยืนรออยู่ข้างเบนท์ลีย์สีขาวของเขา
ลู่เจ๋อขับหลี่เซียงแอลเก้าไปจอดข้างเบนท์ลีย์ จากนั้นลงจากรถ เดินไปเปิดประตูเบนท์ลีย์
ตอนนั้นเอง ชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบคนหนึ่งก็เดินออกมาจากกลุ่มคน
เขาคือหวังลี่ไห่ ผู้จัดการห้างอู๋เยว่ประจำอำเภอ
พอเห็นลู่เจ๋อเปิดประตูเบนท์ลีย์ เขาก็มีสีหน้าตกตะลึง
เจ้าของเบนท์ลีย์อายุน้อยขนาดนี้เลยเหรอ?
เขารีบเดินเข้ามาหาลู่เจ๋อ ก่อนเอ่ยอย่างสุภาพมากว่า
“เถ้าแก่ครับ เราจะเริ่มก่อสร้างตรงข้าง ๆ ต้องขอโทษจริง ๆ ที่รบกวนคุณ”
ลู่เจ๋อยิ้ม “ไม่เป็นไรครับ ขวางงานก่อสร้างก็ต้องขยับอยู่แล้ว ช่องจอดรถทางโน้นไม่ได้ก่อสร้างใช่ไหมครับ?”
