ทั้งสองคนออกไปได้ราว ๆ 10 นาทีแล้ว
ชั้นบน สวีเซวียนก็พูดขึ้นมาว่า
“เอ๊ะ หร่านหร่าน ลู่เจ๋อคนนั้นเหมือนจะกลับไปแล้วนะ”
“กลับไปแล้วเหรอ?”
ติงหร่านชะงักเล็กน้อย ก่อนก้มลงมอง
ที่นั่งของลู่เจ๋อว่างเปล่าแล้ว
เขากลับไปแล้วเหรอ...
ติงหร่านรู้สึกผิดหวังอยู่ลึก ๆ อย่างบอกไม่ถูก
จริง ๆ แล้วเธอแอบหวังให้ลู่เจ๋อขึ้นมานั่งคุยกับพวกเธอสักพัก
ถึงอย่างไรลู่เจ๋อก็หน้าตาหล่อเหลา ทั้งเล่นกีตาร์เป็นทั้งร้องเพลงเก่ง แค่นี้ก็ถูกใจสาว ๆ แล้ว
เธอเองก็รู้สึกดีกับลู่เจ๋ออยู่บ้าง
เพราะอย่างนั้นตอนเช้าเธอถึงเป็นฝ่ายขอเพิ่มเพื่อนในวีแชตกับลู่เจ๋อก่อน นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเป็นฝ่ายขอเพิ่มเพื่อนผู้ชาย...
เมื่อกี้เธอยังคิดอยู่เลยว่าเดี๋ยวจะดื่มกับลู่เจ๋อสักสองแก้ว
แต่ไม่นึกเลยว่าลู่เจ๋อจะกลับไปเงียบ ๆ แบบนั้น
“ลู่เจ๋อนี่ก็จริง ๆ เลย พวกเธอสองคนเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่ขึ้นมาดื่มด้วยกันสักแก้วล่ะ”
สวีเซวียนบ่นพึมพำ
“เขาอาจมีธุระต้องรีบไปจัดการก็ได้”
ติงหร่านยิ้มกลบเกลื่อนความผิดหวัง
จากนั้นเธอก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วเปิดหน้าโมเมนต์ของลู่เจ๋อโดยไม่รู้ตัว
ในหน้าโมเมนต์ไม่มีอะไรเลย มองเห็นได้แค่สามวัน
เธอเปิดหน้าต่างแชต
ในนั้นไม่มีข้อความคุยกันแม้แต่ข้อความเดียว
