ยี่สิบนาทีต่อมา ลู่เจ๋อขับรถมาถึงหน้าร้านของเกิงเหลย
ปี๊น ๆ—
ลู่เจ๋อกดแตร
ไม่นาน เกิงเหลยก็เดินออกมาจากในร้าน มือยังหิ้วซาลาเปา ปาท่องโก๋ และอาหารเช้าอื่น ๆ มาด้วย
พอเห็นรถหลี่เซียงแอลเก้าคันใหม่เอี่ยมของลู่เจ๋อจอดอยู่หน้าร้าน เขาก็มีแววตาเป็นประกายเหมือนเมื่อคืนไม่มีผิด
เมื่อคืนตอนเห็นรถหลี่เซียงแอลเก้าคันใหม่ของลู่เจ๋อ เขาตื่นเต้นจนแทบเก็บอาการไม่อยู่
เพราะก่อนหน้านี้เขาเองก็อยากซื้อรถยี่ห้อหลี่เซียงมาตลอด
เมื่อคืนลู่เจ๋อยังให้เขาลองขับไปช่วงหนึ่ง ความรู้สึกตอนขับก็ดีจริง ๆ
เกิงเหลยทิ้งตัวนั่งลงบนรถ แล้วส่งถุงพลาสติกที่ใส่ซาลาเปา ปาท่องโก๋ และนมถั่วเหลืองมาให้
“เอ้า กินข้าวเช้าหรือยัง ถ้ายังไม่ได้กินก็รองท้องไปก่อน”
ลู่เจ๋อรับมา หยิบซาลาเปาขึ้นมากัดคำหนึ่ง แล้วพูดอย่างซาบซึ้งใจว่า
“ซาลาเปาบ้านเรายังอร่อยกว่า กินแล้วถูกปากกว่าที่จิงหนานเยอะ ฉันคิดถึงรสชาตินี้อยู่เหมือนกัน”
“ต่อไปนายก็ได้กินทุกวันแล้ว” เกิงเหลยหยิบปาท่องโก๋ขึ้นมากัด ก่อนถามอย่างสงสัยว่า
“เออ แล้วตอนนั้นนายอยู่ไหนน่ะ ตอนฉันโทรหานาย ทำไมได้ยินเสียงหอบแฮ่ก ๆ?”
ลู่เจ๋อพูดอู้อี้ทั้งที่ยังมีซาลาเปาเต็มปาก “ปั่นจักรยานไปน่ะ”
“ปั่นจักรยานไปเหรอ?” เกิงเหลยทำหน้าแปลกใจ “ไปคนเดียว?”
“เปล่า มีติงหร่านไปด้วย”
“??? แล้วพวกนายไปอยู่ด้วยกันได้ยังไงอีกล่ะ?”
เกิงเหลยทำหน้าราวกับไม่อยากเชื่อ ก่อนจะเผยยิ้มมีเลศนัยออกมา
“แน่ใจนะว่าพวกนายเป็นแค่เพื่อนกันปกติ?”
“ไร้สาระ ก็แค่ไปปั่นจักรยานด้วยกันเอง มันจะไม่ปกติตรงไหน”
