“จักรพรรดิยมโลก…”
หยวนอู๋จิ้วพึมพำ ชื่อนี้ฟังแล้วก็รู้ว่าเทียบเท่ากับราชันปีศาจแห่งแดนอสูร จะช่วยเขาง่าย ๆ ได้อย่างไร?
มหาปุโรหิตยัดขวดโอสถที่ปรุงเสร็จใส่มือเขา สะกิดความคิดในหัวของหยวนอู๋จิ้ว “อย่าคิดเลย จักรพรรดิยมโลกไม่มีทางช่วยเจ้า”
“ทำไมล่ะ?”
“หึ” มหาปุโรหิตหัวเราะเย็น “แดนผีเรียกอีกอย่างว่าแดนปรโลก และเขาเป็นถึงจักรพรรดิยมโลก เจ้าว่าทำไมเขาถึงต้องช่วยเจ้าล่ะ?”
หยวนอู๋จิ้วขมวดคิ้ว “อย่างนั้นก็หมายความว่าจักรพรรดิยมโลกเป็นผู้แข็งแกร่งระดับเดียวกับจอมมารและราชันปีศาจ เขาก็ต้องฝึกฝนคนเบื้องล่างบ้างสินะ?”
“ข้าพอจะไปฝึกปราณผีแบบกึ่ง ๆ บ้าง แทรกซึมเข้าไปในแดนผีเป็นเทพบุตรของสำนักในแดนผี…”
แบบเดียวกับที่เคยขึ้นไปฝึกวิชามารที่แคว้นมาร สุดท้ายได้เป็นเทพบุตรและพบท่านจอมมาร แถมยังได้สมบัติของเผ่ามารไปไม่น้อย
คิดว่าแดนผีก็น่าจะคล้าย ๆ กัน…
“เจ้ายังคิดจะฝึกปราณผีอีก? ข้าจะบอกให้ว่าแดนผีไม่มีสำนักอะไรทั้งนั้น” มหาปุโรหิตถลึงตาใส่เขา พลางตัดความคิดนั้นทิ้งทันที
“ตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน แดนผีมีเพียงจักรพรรดิยมโลกเพียงคนเดียว สิ่งมีชีวิตอื่นล้วนดำรงอยู่ในรูปวิญญาณ”
“เจ้าจะสละร่างเนื้อเข้าแดนผีด้วยวิญญาณงั้นหรือ?”
มหาปุโรหิตฟังคำของหยวนอู๋จิ้วแล้วโมโหจนแทบระเบิด
ตัวเขาฝึกทั้งปราณวิญญาณและมาร ร่างกายรักษาสมดุลนี้ไว้ได้ก็ยากแสนยากแล้ว ยังคิดจะฝึกปราณผีอีกงั้นหรือ?