เจียงโหยวมุมปากกระตุกเล็กน้อย ผู้ชายตัวโตในเสื้อเชิ้ตขาวคนนั้นกลับชื่อฮวาเอ๋อร์อย่างนั้นเหรอ?
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามามัวสงสัยเรื่องนี้
เธอพยักหน้าแล้วเอ่ยตามน้ำ
“ใช่ ฉันเอง
ได้ยินพี่ฮวาบอกว่าคุณรับทำอาวุธพิเศษตามสั่งใช่ไหม?”
หลี่เฉียงเลิกคิ้วเล็กน้อย “มีเงินหรือเปล่า? ของมี แต่ราคาไม่ถูกนะ”
“ฉันขอดูตัวอย่างก่อน ที่นี่ต้องมีตัวอย่างที่เคยทำให้คนอื่นอยู่แล้วใช่ไหม?”
“หึ สาวน้อยรอบคอบไม่เบานี่”
หลี่เฉียงหัวเราะหึ ๆ พลางส่งสัญญาณให้เจียงโหยวตามมา
จากนั้นเขาก็หันกลับเข้าไปในร้าน แล้วเดินเข้าไปในห้องเล็ก ๆ ห้องหนึ่ง
ภายในห้องมีอาวุธหลากหลายชนิดวางอยู่ ทั้งดาบ ทวน กระบี่ ง้าว และอาวุธดัดแปลงสมัยใหม่
หลี่เฉียงหัวเราะหึ ๆ “ของในห้องนี้มีแต่ของประดับ ดูดีแต่ใช้การไม่ได้ เอาไว้หั่นแตงหั่นผักยังพอไหว แต่ถ้าเอาไปใช้สู้จริง ๆ ก็ขยะทั้งนั้น!”
เขาหมุนสวิตช์บนชั้นวางของเก่า ประตูลับพลันปรากฏขึ้นตรงหน้า
“เชิญครับ”
หลี่เฉียงมองเธอด้วยสีหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
“สาวน้อย เคยดูหนังอาชญากรรมไหม? ดูห้องลับนี่สิ เหมือนกรงขังหรือเปล่า...”
เขายืนอยู่ใต้แสงไฟสลัว รอยยิ้มบนใบหน้าจึงดูมืดมนไปด้วย
บรรยากาศชวนให้คิดว่าเข้าคุกได้ง่าย ๆ
เจียงโหยวกวาดตามองซ้ายขวา เจอสวิตช์แล้วกดเปิดไฟดวงใหญ่ทันที
แสงสว่างวาบขึ้น ความรู้สึกน่าขนลุกก็หายไปในพริบตา หลี่เฉียงซึ่งมีเครารุงรังทั่วใบหน้าฝืนยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน
“ฮะ ๆ ฉันแค่... แค่ล้อเล่นนิดหน่อย ฮ่า ๆ ไม่คิดว่าตลกเหรอ?”
“ไม่คิดเลยว่าคุณจะมีอารมณ์ขันขนาดนี้” เจียงโหยวพยักหน้าอย่างสุภาพ
“ฮ่า ๆ ฉันก็มีเชื้ออารมณ์ขันอยู่ในตัวนิดหน่อยจริง ๆ นั่นแหละ!”
เขาดูภูมิใจไม่น้อย หัวเราะพลางเดินนำเข้าไปในห้องลับ
เจียงโหยวเดินตามเข้าไป สิ่งแรกที่เห็นคือหน้าไม้หลายชนิดเรียงเป็นระเบียบ รวมถึงดาบยาว ดาบสั้น และคันธนู
แค่เห็นก็รู้ว่าของพวกนี้ต่างจากด้านนอกโดยสิ้นเชิง ทุกชิ้นวาววับด้วยประกายเย็นเยียบ
ของด้านนอกเป็นเพียงงานศิลป์ ส่วนของด้านในคืออาวุธจริง
