เพราะเสิ่นเจียวหลบออก เซี่ยหรงหรงจึงพุ่งชนอากาศ
ร่างของเธอเอนวูบไปด้านข้างตามแรงเฉื่อย หากไม่รีบทิ้งของในมือแล้วคว้าราวบันไดไว้ เธอคงตกบันไดไปแล้ว
แต่แรงกระแทกตอนคว้าราวบันไดก็ทำให้ท้องของเธอกระแทกเข้ากับราวอย่างจัง เจ็บจนใบหน้าบิดเบี้ยว ก่อนจะหันไปถลึงตาใส่เสิ่นเจียวที่อยู่อีกฝั่งอย่างโกรธเกรี้ยว
“เธอ...”
“อะไร? อยากหาเรื่องเรียกค่าเสียหายหรือไง?” เสิ่นเจียวตัดบทเธอทันควัน แล้วถามกลับ
“เมื่อกี้เธอเป็นฝ่ายพุ่งเข้ามาเอง ทุกคนเห็นกันหมด”
ตอนเสิ่นเจียวพูด สายตาของเธอมองลงไปยังชั้นหนึ่ง เซี่ยหรงหรงก็หันไปมองตามโดยไม่รู้ตัว
เมื่อเห็นว่ามีคนมองมาทางนี้จริง ๆ เธอก็กัดฟันแน่น มือทั้งสองข้างกำราวบันไดไว้แน่น ก่อนจะถลึงตาใส่เสิ่นเจียวอย่างเคียดแค้น
“ใครพุ่งชนเธอกัน? ฉันแค่เท้าลื่นเท่านั้น!”
“อ้อ ถ้าอย่างนั้นก็ยิ่งไม่เกี่ยวกับฉัน แล้วเธอจะจ้องฉันทำไม? คิดจะโยนความผิดให้ฉันหรือไง? หรือว่าแผนชั่วไม่สำเร็จ?” เสิ่นเจียวแค่นหัวเราะเย็นชา
เซี่ยหรงหรงไม่ตอบ เพียงจ้องเสิ่นเจียวเขม็ง ความเกลียดชังและความอาฆาตในแววตาราวกับจะเลื้อยผ่านอากาศมาเกาะอยู่บนตัวเสิ่นเจียว
แต่เสิ่นเจียวรู้ว่าที่นี่มีคนอยู่มากมาย เซี่ยหรงหรงไม่กล้าทำอะไรเธอหรอก
อีกอย่าง ต่อให้เซี่ยหรงหรงกล้าทำ เธอก็ไม่กลัว อย่างมากก็สู้ตายกลับไป
คืนนั้นที่หมู่บ้านอูก่าง เธอเคยพูดไว้แล้วว่า ต่อให้สู้ไม่ชนะ ก็จะต้องฉีกเนื้ออีกฝ่ายออกมาให้ได้สักชิ้น
เซี่ยหรงหรงจ้องเธอ เสิ่นเจียวก็จ้องกลับ ต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอมใคร
จนกระทั่งมีคนเรียกชื่อเธอจากชั้นสอง เสิ่นเจียวจึงเงยหน้าขานรับ ก่อนจะปรายตามองเซี่ยหรงหรงอย่างเย็นชา แล้วหันหลังเดินขึ้นบันได
