“คุณเอาเงินทั้งหมดที่มีออกมาเลยเหรอ”
เปิดเผยเสียจนไม่เหลืออะไรปิดบัง ไจ๋เยว่รู้สึกหวั่นไหวขึ้นมา ไม่รู้ว่าควรบอกว่าเธอโง่หรือใสซื่อดี ทำไมถึงไม่ระวังตัวกับเขาเลยสักนิด ถ้าเขาเป็นคนไม่ดีแล้วยึดเงินของเธอไปหมดจะทำยังไง
“ไม่หรอก ยังเหลือยี่สิบห้าหยวนไว้เป็นค่ากินอยู่” เสิ่นเจียวพูด “พอฉันได้ทำงาน ทุกเดือนก็จะมีเงินเดือน ใช้จ่ายได้พออยู่แล้ว”
ยังมีค่าที่พักในบ้านของไจ๋เยว่ ของใช้ประจำวันที่ซื้อเมื่อวาน ค่าหนังสือ แล้วอีกเดี๋ยวก็ต้องไปร้านสหกรณ์ซื้อข้าว น้ำมัน และของอื่น ๆ
ที่บ้านพักครอบครัวน่าจะใช้ถ่านหินทำกับข้าว เพราะตอนเช้ากับตอนเย็นเธอได้กลิ่นควันถ่านหิน ดังนั้นยังต้องซื้อถ่านหินด้วย…
พอลองคำนวณคร่าว ๆ แบบนี้ เสิ่นเจียวก็รู้สึกว่าสามสิบหยวนไม่พอเลยสักนิด แต่ตอนนี้เธอมีให้ได้แค่นี้ รอได้เงินเดือนแล้วค่อยชดใช้ให้ไจ๋เยว่
“น้อยไปหรือเปล่า…ขอติดไว้ก่อนได้ไหม ฉันเขียนใบยืมเงินให้ก็ได้ พอได้เงินเดือนแล้วจะคืนให้” เสิ่นเจียวพูดพลางก้มหน้าด้วยความกระดากใจ
ไจ๋เยว่ มองเด็กสาวที่ทั้งระมัดระวังและเกรงใจ แถมยังอยากคิดบัญชีกับเขาให้ชัดเจนทุกเรื่อง เงินที่เธอหยิบออกมายังมากกว่าเงินที่เก็บไว้กับตัวเสียอีก ทั้งที่เขาบอกเธอตั้งแต่เช้าแล้วว่ามาพักที่นี่ไม่ต้องเสียเงินแม้แต่สตางค์เดียว
แต่เห็นได้ชัดว่าเธอไม่ใช่คนที่จะรับน้ำใจจากคนอื่นอย่างสบายใจได้ เมื่อวานหรือแม้แต่เมื่อเช้าเธอก็ยังอยากให้เงินเขา แต่เขาปฏิเสธไปแล้ว
ถ้าครั้งนี้เขายังไม่รับ เกรงว่าเธอคงจะยื่นให้เขาไม่เลิก
ในที่สุดไจ๋เยว่ก็ยื่นมือไปรับเงินมา แต่รับไว้แค่สิบหยวน
