“ระหว่างคุณกับฉันไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลย แล้วฉันจะโกรธทำไม?” เสิ่นเจียวถามกลับ
คำพูดนี้ทำให้ไจ๋จิ่งเฉินชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะพูดว่า “ผมเป็นคู่หมั้นของคุณนะ ไม่ใช่คนที่ไม่เกี่ยวข้องกัน”
เสิ่นเจียวฟังแล้วก็รู้ว่า หากไม่อธิบายทุกอย่างให้ชัดเจนตอนนี้ คนคนนี้คงตามรังควานเธอไม่เลิก
เธอจึงเล่าเรื่องที่จำคู่หมั้นผิดให้เขาฟัง ดังนั้นในสายตาเธอ ไจ๋จิ่งเฉินก็เป็นเพียงคนอื่น และคนอื่นย่อมไม่เกี่ยวข้องกับเธอ
เมื่อฟังเหตุผลทั้งหมดจบ จางจวิ้นที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็เพิ่งเข้าใจว่าเหตุใดตอนนั้นเสิ่นเจียวจึงนิ่งเฉย ไม่สะทกสะท้าน แม้จะได้ยินว่าไจ๋จิ่งเฉินหนีแต่งงานและยังพูดให้ร้ายเธอลับหลัง
ที่แท้ไม่ใช่เพราะเธอทำตามธรรมเนียม หรือเพราะคู่หมั้นทำกับเธอแบบนั้นแล้วเธอยังรักเขาฝังใจ ที่แท้ก็คือ…
เธอเข้าใจว่าลุงไจ๋ต่างหากที่เป็นคู่หมั้นของเธอ
“เรื่องนี้เป็นความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญก็จริง แต่ก็ไม่ได้ส่งผลอะไร ถ้าฉันจำคนไม่ผิด ฉันก็คงไม่มาที่เขตทหาร”
เสิ่นเจียวพูดกับไจ๋จิ่งเฉินอีกครั้ง น้ำเสียงเย็นชา
“ต่อให้ฉันรู้ความจริงกลางทาง ฉันก็จะมาบอกเลิกหมั้นกับคุณเท่านั้น
ตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่เคยมีเรื่องที่ว่าฉันรู้ว่าคุณหนีแต่งงานและทำให้ฉันอับอายแล้ว แต่ยังเฝ้ารอคุณอย่างโง่งม”
“ที่ฉันยังอยู่ในเขตทหารก็เพราะไจ๋เยว่ ไม่เกี่ยวกับคุณแม้แต่น้อย”
พูดจบ เสิ่นเจียวก็หันหลังเดินจากไปทันที
ไจ๋จิ่งเฉินยืนอยู่ที่เดิม มองแผ่นหลังของเธอ หัวใจราวกับถูกกรีดซ้ำจนเลือดชุ่มอีกครั้ง
“เอ่อ… เรื่องนี้ก็โทษผมไม่ได้ ตอนนั้นผมไม่รู้ว่ามีเรื่องนี้อยู่”
