นอกจากข้อดีในตัวเสิ่นเจียวแล้ว คู่ของเธอยังเป็นผู้บัญชาการไจ๋ ผู้มีภูมิหลังไม่ธรรมดาอีกด้วย
เมื่อเช้าเธอเพิ่งไปพบตัวจริงมา ระหว่างทางกลับยังแซวเหล่าซุนว่า ที่เขารับเสิ่นเจียวเป็นศิษย์เพราะเห็นแก่เส้นสายของไจ๋เยว่หรือเปล่า เหล่าซุนตอบกลับอย่างไม่แยแสว่า
“ถ้าฉันชอบประจบคน แล้วตอนนั้นฉันจะไม่เป็นหัวหน้าทีมไปเลยล่ะ?”
พอเล่าเรื่องขำ ๆ นี้ให้เสิ่นเจียวฟัง เธอก็หัวเราะพลางเด็ดผักไปด้วย “อาจารย์เป็นคนเที่ยงธรรมและใจกว้าง ไม่เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัวค่ะ”
“ก่อนหน้านี้ตอนที่ไปภารกิจช่วยเหลือตอนน้ำท่วมหมู่บ้านอูก่าง ฉันไม่มีคุณสมบัติพอจะไปด้วยซ้ำ อาจารย์เป็นคนยื่นขอโควตาพิเศษให้ ตอนแรกฉันก็คิดว่าเป็นเพราะเห็นแก่ไจ๋เยว่เหมือนกัน”
“แต่อาจารย์บอกว่าไม่ใช่ เขาเห็นว่าฉันมีประสบการณ์ด้านการแพทย์มาก่อน เลยอยากฝึกฝนฉัน ตอนนั้นฉันถึงได้ฝากตัวเป็นศิษย์ของเขาค่ะ”
หูหมิงฟางฟังแล้วพูดว่า
“เห็นว่าเธอมีความสามารถ จะค่อย ๆ ฝึกฝนก็ได้ แต่เขากลับส่งเธอไปแนวหน้าตอนน้ำท่วมเลย แบบนี้เข้มงวดกับเธอเกินไปแล้ว”
“ไม่หรอกค่ะคุณป้า จริง ๆ แล้วไม่ลำบากเลย อีกอย่าง การลงพื้นที่ช่วยเหลือก็ทำให้ได้สั่งสมประสบการณ์มากมายด้วย” เสิ่นเจียวตอบพร้อมรอยยิ้ม
เสิ่นเจียวไม่รู้สึกว่าการช่วยเหลือเป็นงานที่ลำบากหรือเกินกำลังจะทน มีเพียงสองเรื่องเท่านั้นที่ทำให้ไม่พอใจ คือถูกเซี่ยหรงหรงหาเรื่อง และหลังภารกิจจบ เธอไปส่งคุณยายคนหนึ่งกลับบ้านแล้วกลิ้งตกลงไปตามไหล่เขา
โดยรวมแล้ว ตอนนั้นไปได้คุ้มค่ามาก เธอยังได้รับความชื่นชมจากผู้อำนวยการโรงพยาบาลเฉิน และได้รู้จักหมอโจวอีกด้วย ล้วนเป็นโอกาสที่ดีทั้งนั้น
