เวลาผ่านไปอีกสองวัน ช่วงบ่ายไจ๋เยว่ก็กลับมาถึงแคมป์ทหาร ท่าทางเต็มไปด้วยฝุ่นจากการเดินทาง
เขามุ่งหน้าไปยังอาคารหน่วยพยาบาลก่อน อ้างว่าจะเปลี่ยนผ้าพันแผลที่มือเพื่อมาพบเสิ่นเจียว เสียงฝีเท้าเร่งรีบดังมาจากหน้าห้องตรวจ ทุกคนในห้องจึงหันไปมองทางประตู
เสิ่นเจียวก็หันไปมองเช่นกัน ตอนแรกเธอคิดว่าเสียงที่ได้ยินคงเป็นคนไข้ที่ต้องเข้ารับการรักษาฉุกเฉิน แต่กลับไม่คาดคิดว่าจะสบเข้ากับดวงตาคู่หนึ่งที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางและความคิดถึงอย่างกะทันหัน
เป็นไจ๋เยว่
ไจ๋เยว่กลับมาแล้ว
ชั่วขณะนั้น ความประหลาดใจและความดีใจในดวงตาของเสิ่นเจียวเอ่อล้นออกมา แต่รอบข้างมีคนอยู่มาก ทั้งยังเป็นสถานที่สาธารณะ เธอจึงได้แต่ข่มความตื่นเต้นยินดีที่อยากวิ่งเข้าไปหาเขาเอาไว้
“ผู้บัญชาการไจ๋บาดเจ็บตรงไหนหรือคะ” พยาบาลสาธารณสุขคนหนึ่งถามขึ้น
“มาเปลี่ยนผ้าพันแผล” ไจ๋เยว่ยื่นมือขวาให้ดู แต่สายตากลับจับจ้องอยู่ที่เสิ่นเจียวไม่ยอมละไปไหน
พยาบาลสาธารณสุขเดินเข้าไปดูบาดแผลที่มือของไจ๋เยว่ ก่อนหน้านี้เธอได้ยินมาว่าแผลนี้เกิดขึ้นเพราะเขาช่วยเสิ่นเจียวเอาไว้
พยาบาลสาธารณสุขจึงรู้ความและหันไปพูดกับเสิ่นเจียวที่อยู่ข้าง ๆ ว่า
“เสิ่นเจียว เธอช่วยทำแผลให้ผู้บัญชาการไจ๋หน่อยนะ”
เสิ่นเจียวพยักหน้ารับ ก่อนเดินเข้าไปสองก้าว
ไจ๋เยว่นั่งลงบนเก้าอี้ มองเสิ่นเจียวทำความสะอาดบาดแผลแล้วทายา สายตาของเขาร้อนแรงราวกับแสงตะวันแผดเผา จนแทบจะหลอมละลายเสิ่นเจียวไปทั้งตัว
เสิ่นเจียวย่อมรู้สึกได้ถึงสายตาร้อนผ่าวนั้น แก้มของเธอแดงระเรื่อ จึงขยับตัวเล็กน้อยเพื่อบังสายตาของคนอื่นที่มองมา ก่อนจะกระซิบเสียงเบากับเขาว่า
