บทที่ 5 เรื่องเข้าหน่วยอารักขา ต้องรีบแล้ว
เจ้าหมิงเฮ่อสูดหายใจเข้าลึก ๆ เรื่องเข้าหน่วยอารักขาต้องรีบแล้ว
ที่จริง ปกติเขาไม่รังแกเด็ก ๆ หรอก
เขามีหลักการในการต่อยตี คนอายุน้อยกว่าไม่ตี คนพิการไม่ตี ผู้หญิงไม่ตี คนแก่ไม่ตี คนรู้จักในถนนโรงงานน้ำตาลไม่ตี.................
สุดท้ายแล้ว พอหักลบกันก็เหลือแค่ตีกับพวกมาเฟีย
สาเหตุที่เป็นแบบนี้ ก็เพราะแม่ของเขาเป็นคนพื้นที่ มีญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงเยอะ เด็ก ๆ ในครอบครัวญาติบางคนโดนรังแกที่โรงเรียน ก็จะแอบมาขอให้เขาช่วย
เขาก็ไม่ได้ตีใครหรอก แค่พาพวกวัยรุ่นก๋ากั่นไปยืนหน้าประตูโรงเรียนขู่ขวัญ
ผลก็เลย.........กลายเป็นแบบนี้
“แม่ ผมกลับมาแล้ว”
พอถึงหน้าประตูบ้าน เจ้าหมิงเฮ่อก็เห็นแม่ของเขาในสวนกำลังเก็บลูกพลับ จึงจอดจักรยานให้เรียบร้อยแล้ววิ่งเข้าไปกอด
กอดเท่านั้นแหละ น้ำตาก็ไหลออกมาโดยไม่ทันตั้งตัว
“แม่ ผมคิดถึงแม่”
ครอบครัวของเฒ่าจ้าวมีห้าคน แม่ชื่ออ๋องซิ่วหลานเป็นคนพื้นที่ มาจากหมู่บ้านเล็กข้าง ๆ ที่ชื่อหมู่บ้านเสี่ยวอ๋องตุ๋น เป็นแม่บ้านมาตลอด
พ่อชื่อจ้าวต้าไห่เป็นคนกวนลี่ อพยพหนีภัยมาจากที่อื่น ตอนแรกทำนาอยู่ที่หมู่บ้านเสี่ยวอ๋องตุ๋นอยู่สองปี
ต่อมานโยบายดีขึ้น พอดีโรงงานน้ำตาลเปิดรับสมัครคนงาน เลยได้โอกาสใกล้มือคว้าก่อนเข้าไปเป็นคนงานในโรงงาน นอกจากนิสัยดื้อ ๆ แล้วก็ไม่มีข้อเสียอะไรมาก
ปีก่อน เพราะพี่สาวจ้าวฟางกลับเข้ามาในเมืองแล้วไม่มีงานทำ เลยเกษียณก่อนเวลา ให้พี่สาวได้สืบทอดตำแหน่งเข้าไปเป็นคนงานในโรงงาน
พี่สาวจ้าวฟางปีนี้ 25 แก่กว่าเจ้าหมิงเฮ่อสามปี ตอนนี้เป็นพนักงานประจำของโรงงานน้ำตาล ปกติแล้วเอ็นดูเจ้าหมิงเฮ่อมาก
ส่วนคนสุดท้าย........ก็คือพี่เขยเฉินหยาง เป็นแฟนที่พี่สาวพามาจากชนบท มีแรงเยอะ นิสัยก็ซื่อ ๆ
พี่สาวไปใช้แรงงานในชนบท ลำบากมามาก เฉินหยางช่วยงานไร่นาให้ไม่น้อย ไป ๆ มา ๆ ทั้งสองก็ชอบพอกัน
ต่อมาพี่สาวกลับเข้ามาในเมือง เฉินหยางก็ตามมาด้วย ทะเบียนบ้านในเมืองเพิ่งจัดการได้เมื่อปีนี้
พูดถึงคนในครอบครัวของเฒ่าจ้าวแล้ว ก็ร่วมใจกันจริง ๆ รวมทั้งพี่เขยเฉินหยางก็อยู่ข้างครอบครัวจ้าวเหมือนกัน
ก็เพราะเรื่องของเจ้าหมิงเฮ่อนี้เอง พ่อกับแม่เลยไม่ได้อยู่อย่างสบาย ต้องตรากตรำทำงานมาทั้งชีวิต
พี่สาวกับพี่เขยก็เพราะเรื่องของยุคสมัย ในช่วงปีเก้าสิบก็ตกงาน ต้องอาศัยรับจ้างทั่วไปหาเลี้ยงครอบครัว
ขนาดนั้นแล้ว ทั้งสองยังต้องรับภาระค่าใช้จ่ายของเจ้าหมิงเฮ่อตอนอยู่ในคุก รวมทั้งค่ายาของพ่อแม่ด้วย
ดังนั้น เจ้าหมิงเฮ่อในชาตินี้ นอกจากจะต้องเดินทางที่ถูกต้องแล้ว ยังต้องให้ครอบครัวได้มีชีวิตที่ดี ตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ รวมทั้งพี่สาวและพี่เขยด้วย
“แม้วันนี้จะลำบาก แต่ครอบครัวเราร่วมใจกัน”
“ยังดีกว่าพวกผู้กลับชาติมาเกิดใหม่ที่ต้องมาเจอปัญหาครอบครัวรุมเร้าเป็นร้อยเท่า”
เจ้าหมิงเฮ่อกอดแม่ นึกถึงความผิดพลาดในชาติก่อน น้ำตาก็ไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว
“โอ๊ย เสือ มาให้แม่ดูหน่อย”
“หัวทำไมพันผ้าไปได้”
“ไม่เป็นไรครับแม่ ไม่เจ็บ”
อ๋องซิ่วหลานเห็นผ้าพันแผลบนหัวลูกชาย คนก็ตกใจทันที เก็บลูกพลับก็ไม่สนใจแล้ว
มือเช็ดกับผ้ากันเปื้อนลวก ๆ สองที แล้วรีบดึงเจ้าหมิงเฮ่อออกจากอ้อมกอด สำรวจดูตั้งแต่หัวจรดเท้า
“เสือ นี่มันเกิดอะไรขึ้นแน่”
“บาดเจ็บตรงไหน เจ็บไหม”
“แกนี่นะเด็กคนนี้ ไม่รู้จักโตเสียที”
“บอกว่าไม่เจ็บ น้ำตาก็ไหลออกมาแล้ว”
“เฒ่าจ้าว ออกมาดูเร็วเข้า”
เสียงพูดเพิ่งจะสิ้น จ้าวต้าไห่ก็เดินออกมาจากในบ้าน
ในมือไม่มีแส้ แล้วก็ไม่มีไม้ขนไก่........แค่จ้องมองเจ้าหมิงเฮ่ออย่างเย็นชา แบบไม่พอใจ
“ไปตีกับใครมาอีก สมควรแล้ว”
เจ้าหมิงเฮ่อเกาหัว
“พ่อ ถ้าผมจะบอกว่าขี่จักรยานล้ม พ่อเชื่อไหม”
“เชื่อผีน่ะสิ ทำไมไม่ล้มตายไปเลย”
จ้าวต้าไห่ถลึงตาใส่ แต่ฝีเท้ากลับไม่ช้าเลย เห็นว่าที่หัวของเจ้าหมิงเฮ่อไม่ได้เป็นที่ท้ายทอยก็วางใจ
เจ้าหมิงเฮ่อโดนพ่อด่า ก็ไม่กล้าเถียง
เขารู้ว่าพ่อโกรธเพราะรัก
“พ่อ ผมขอถามอะไรหน่อย”
“รอพี่สาวกับพี่เขยกลับมาก่อน พ่อก็มีเรื่องใหญ่จะประกาศเหมือนกัน”
จ้าวต้าไห่โบกมือ แล้วเรียกภรรยาเข้าไปทำกับข้าว
เจ้าหมิงเฮ่อเห็นอย่างนั้น ก็เลยต้องพักเรื่องที่หน่วยอารักขารับสมัครพนักงานชั่วคราวไว้ก่อน
บ้านของครอบครัวจ้าวเป็นบ้านอิฐแดงแบบสองห้องครึ่ง มีห้องทางทิศตะวันออกและตะวันตก
ตรงกลางเป็นเตาสำหรับทำกับข้าว ชาวบ้านเรียกกันว่าห้องครัวนอก
เจ้าหมิงเฮ่อเข้ามาในบ้าน กวาดสายตาไปรอบ ๆ ก็พบไม้กวาดอย่างรวดเร็ว
สิบนาทีต่อมา พี่เขยเฉินหยางกลับมาก่อน ดูจากสีหน้าแล้ว คงได้มาพอสมควร
เขาเอาถังเหล็กใส่ปลามาวางในลานบ้าน ในถังดังฟึบฟับสองที
ปลาหลี่ตัวกึ่งใหญ่หนึ่งตัว แล้วก็ปลาเล็กปลาน้อยอีกหลายตัว
“โอ้ พี่เขย”
“เย็นนี้เราได้ปรับปรุงอาหารอีกแล้ว”
เจ้าหมิงเฮ่อรู้แก่ใจดี พี่เขยตกปลาเก่ง ปลาพวกนี้คงเป็นปลาที่ขายเหลือ
ชาติก่อนเขาก็ถูกเจ้าคนนี้ลากเข้าวงการ........ก่อนจะชนรถบรรทุกใหญ่ ก็ยังตกปลาอยู่ฝั่งตรงข้ามมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอยู่เลย
แล้วก็เกาะสุนัข ปากแม่น้ำฮูหลาน หนองปลาขาว ล้วนเป็นสมรภูมิของเขา
“อืม วันนี้ปลากินเบ็ดดี”
“ตกได้ปลาจี่สามตัว แล้วก็ปลาก๋ายาอีกสองตัว ขายได้สองเหรียญ”
เฉินหยางยิ้มอย่างซื่อ ๆ แต่ไม่ได้ถามว่าผ้าพันแผลที่น้องเมียเป็นมายังไง
นิสัยเขาเป็นแบบนี้ พูดน้อย แต่รู้อะไรดี
“แม่ เอาปลานี่ไปตุ๋น ให้เสือบำรุงหน่อย”
“นี่เงินขายปลาสองเหรียญ.........”
อ๋องซิ่วหลานมองเงินกับปลาที่เฉินหยางยื่นให้ ก็ไม่ได้เกรงใจ
เธอรู้ดีถึงความสามารถของเฉินหยาง แค่นิสัยหนักแน่นเอาเรื่องแบบนี้ ครอบครัวเฒ่าจ้าวก็ไม่ผิดหวัง ต่อไปต้องยิ่งใหญ่แน่นอน
ไม่เหมือนลูกชาย.......ไม่เป็นโล้เป็นพาย
“เฉินหยาง มีเรื่องดีจะบอกด้วย”
“รอเสี่ยวฟางกลับมาก่อน ให้พ่อแกพูดบนโต๊ะ ทุกคนจะได้ดีใจด้วย”
เสียงเพิ่งจบ เฉินฟางก็สะพายกระเป๋าทำงานเดินเข้ามาในบ้าน
เธอเห็นผ้าพันแผลบนหัวเจ้าหมิงเฮ่อ สีหน้าเปลี่ยนทันที กัดฟันพูด
“เจ้าหมิงเฮ่อ แกไปตีกับใครมาอีกแล้ว”
พลางมือก็ควานหาไม้กวาด
เอ๋? ไม้กวาดล่ะ?