ซุ่ยซุ่ยตื่นขึ้นมาท่ามกลางกองขนนุ่มฟู
เธอถูไถตัวกับหมีน้อย ก่อนจะลุกขึ้นนั่ง
หมีน้อยตื่นตั้งนานแล้ว กำลังเปิดละครดูในหัวตัวเอง
เป็นของดีที่มันรวบรวมมาจากระบบอื่นทั้งนั้น
“ยังเช้าอยู่เลย เพิ่งเจ็ดโมงครึ่งเอง”
“ไม่เป็นไรนะหมีน้อย ได้เวลาตื่นไปแปรงฟันล้างหน้าแล้ว”
“ได้เลย”
ของใช้ทำความสะอาดร่างกายของซุ่ยซุ่ย หมีน้อยเป็นคนพาไปหยิบฟรีจากร้านค้า
เสื้อผ้าก็เหมือนกัน ยังไงซอมบี้ก็ทำอะไรพวกเธอไม่ได้อยู่แล้ว
หมีน้อยไม่มีฟัน แต่ก็หยิบแปรงสีฟันขึ้นมาถูขนอย่างเป็นเรื่องเป็นราว
ตอนนั้นมีคนเอาถุงพลาสติกมานั่งรอคิวอยู่บนพื้นแล้ว
พอเห็นพวกเธอตื่น ก็ยิ้มทักทาย
“อรุณสวัสดิ์ เถ้าแก่น้อย หมีน้อย!”
“อรุณสวัสดิ์~”
ซุ่ยซุ่ยล้างหน้าแปรงฟันเสร็จอย่างง่าย ๆ แล้วเปิดโจ๊กเม็ดบัวใส่ลำไยกระป๋องหนึ่ง ค่อย ๆ กิน
เธอนั่งยอง ๆ อยู่ข้าง ๆ ฟังคนที่ต่อคิวคุยกันไปด้วย
บ้านคนนั้นออกไปทำภารกิจแล้วไม่ได้กลับมา
บ้านคนโน้นทะเลาะกันจนแตกหัก
คนที่มาต่อแถวทีหลังมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ
พอเก้าโมงตรง หมีน้อยก็เปิดท้ายรถตามเวลา
เริ่มขายแล้ว!
วันนี้คนที่มาไม่น้อยเป็นพวกที่ต่อคิวไม่ทันเมื่อวาน พอเห็นว่ามีเสบียงเยอะขนาดนี้จริง ๆ ต่างก็เบิกตากว้าง
หลายคนเริ่มหยิบขนมปังทีละหลายสิบชิ้น
ยอดขายพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
แม้แต่ตอนพักกินมื้อกลางวัน ซุ่ยซุ่ยก็ยังกินแค่ขนมปังชิ้นเล็กกับส้มลูกหนึ่งประทังหิว
ยุ่งมากจนซุ่ยซุ่ยรู้สึกว่าเหนื่อยยิ่งกว่าตอนไปช่วยแม่ตั้งแผงขายของเสียอีก
“หลีกไป! ทุกคนหลีกไป!”
เสียงตวาดดังมาจากท้ายแถว
ซุ่ยซุ่ยลุกขึ้นยืนโดยไม่รู้ตัว คนที่ต่อคิวอยู่ตรงหน้าเปลี่ยนสีหน้าไปทันที
พากันหลบไปด้านข้าง
แม้แต่ลูกค้าที่กำลังจะยื่นมือไปรับของจากหมีน้อยก็รีบหลบไปอีกทาง
ชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งคุ้มกันชายวัยกลางคนเดินเข้ามา
ชายคนนั้นมองเสบียงในรถสามล้อด้วยแววตาละโมบที่ปิดไม่มิด
“แค่ก ๆ เธอเป็นเจ้าของร้านนี้ใช่ไหม?”
“ทำไมคุณไม่ต่อคิว!”
ซุ่ยซุ่ยไม่อยากตอบคำถามเขา จึงเท้าเอวแล้วจ้องเขากลับ
หลี่เฉียงขมวดคิ้ว ตั้งแต่ขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้มีอำนาจของฐานผ้าขาว ก็แทบไม่มีใครกล้าแสดงสีหน้าแบบนี้ใส่เขา
ทีแรกเขาคิดว่าพอยึดร้านนี้มาได้ จะเก็บยัยเด็กนี่ไว้เป็นพนักงานสักคน
แต่ตอนนี้ดูท่าจะไม่จำเป็นแล้ว
“ยัยหนู รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร?”
“ฮึ คุณเป็นคนไม่ดีที่แซงคิว!”
“ฉันเป็นผู้มีอำนาจของฐานผ้าขาวนะ เธอกล้าพูดกับฉันแบบนี้ได้ยังไง!”
หลี่เฉียงสูดหายใจลึก พยายามข่มใจให้สงบ
คนของเขาเห็นดังนั้นก็ล้อมร้านเอาไว้
ในหมู่คนที่ยืนดู มีบางคนเผยสีหน้าสิ้นหวัง
หลี่เฉียงค่อนข้างมีชื่อเสียงในฐาน เป็นที่รู้กันว่าโลภมาก
แต่ปัญหาคือเขาโลภอย่างแนบเนียน พวกที่มีเส้นสายจึงไม่ถูกเขาหาเรื่อง
เขาเลือกเล่นงานแต่คนที่ไม่มีเส้นสายและพลังพิเศษไม่แข็งแกร่ง
รอบตัวเขายังมีกลุ่มลูกน้องที่มีพลังพิเศษแข็งแกร่งคอยรับใช้อีกด้วย
เรื่องของเขาจึงไม่เคยถูกเปิดโปง
ครั้งนี้หลี่เฉียงร้อนใจขึ้นมาเอง
เมื่อคืนเขาถูกเหยียนเหิงหักหน้า พอนอนอยู่บนเตียงก็คิดทบทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เขาตัดสินใจยึดร้านนี้เสียก่อนที่ฐานจิงตูจะส่งคำสั่งมา
ถ้าได้ร้านนี้มา ตำแหน่งหัวหน้าฐานก็อาจตกเป็นของเขา!
“เอาอย่างนี้ เธอยกรถสามล้อคันนี้กับของข้างในให้ฉัน แล้วฉันจะยกโทษให้ที่เธอเสียมารยาท”
“หมีน้อย!”
ซุ่ยซุ่ยมองออกแล้วว่าคนตรงหน้าเป็นตัวร้ายไร้สมอง
ไม่อยากเสียเวลาคุยด้วย เธอถอยหลังไป ปล่อยหมีน้อยจัดการทันที
หมีน้อยวิ่งเร่งความเร็ว ก่อนพุ่งหัวชนท้องหลี่เฉียงจนกระเด็น
ลูกน้องของหลี่เฉียงเบิกตากว้าง ไม่คิดว่าหมีตัวนี้จะจู่โจมขึ้นมากะทันหัน
พวกเขารีบวิ่งไปหานายจ้างของตัวเอง
หมีน้อยสะบัดหัวอย่างมั่นใจ แล้วขยิบตาให้ซุ่ยซุ่ย
“ซุ่ยซุ่ย จะเพิ่มพวกเขาไว้ในบัญชีดำไหม?”
“อื้อ หมีน้อยเก่งที่สุดเลย!”
คนที่ร้านเพิ่มไว้ในบัญชีดำจะซื้อหรือใช้สินค้าของร้านไม่ได้อีก
ทั้งยังถูกกันไม่ให้เข้าใกล้ร้านในระยะสามเมตร
ผู้คนรอบข้างเบิกตากว้าง
ให้ตายสิ หมีตัวนี้ดูน่ารักน่าเอ็นดูแท้ ๆ แต่ดันเก่งกาจขนาดนี้!
แม้หลี่เฉียงจะไม่ได้ออกไปล่าซอมบี้มานานแล้ว แต่พลังพิเศษของเขาก็น่าจะอยู่ระดับสามเป็นอย่างต่ำ
ร่างกายของผู้มีพลังพิเศษจะได้รับการเสริมความแข็งแกร่งในระดับต่าง ๆ ตามการพัฒนาของพลัง
หลี่เฉียงรู้สึกว่าซี่โครงตัวเองหักไปอย่างน้อยหนึ่งซี่
ตั้งแต่ฐานผ้าขาวขยายใหญ่ขึ้น เขาก็ไม่เคยบาดเจ็บหนักขนาดนี้อีกเลย
ความโกรธพุ่งขึ้นหัว หลี่เฉียงผลักลูกน้องที่อยู่ข้างตัว
“ไปฆ่ายัยเด็กนั่นกับสัตว์ประหลาดตัวนั้นให้ฉัน!”
“ฉันอยากเห็นนักว่าใครกล้า!”
ซุ่ยซุ่ยกะพริบตาปริบ ๆ มองลู่หมิงที่จู่ ๆ ก็ร่วงลงมาตรงหน้า
ใช่แล้ว ร่วงลงมาจริง ๆ
ตอนลงพื้นเขายังทรงตัวไม่อยู่ ก้นกระแทกพื้นดังตุ้บ
จากนั้นเหยียนเคอ หยวนหย่ง และหยวนซุ่นก็ปรากฏตัวตามกันมา
เดิมทีพวกเธอตั้งใจจะกลับมาก่อนเวลาในวันนี้ เพื่อเล่าเรื่องที่เจอซุ่ยซุ่ยให้หัวหน้าฐานฟัง
ไม่คิดว่าทหารยามหน้าประตูจะบอกว่าซุ่ยซุ่ยมาถึงแล้ว
แถมยังเปิดร้านขายของอยู่ที่ลานกลางด้วย
ระหว่างทางที่รีบมาที่นี่ พวกเธอยังเห็นคนไม่น้อยหอบเสบียงที่ซื้อได้กลับบ้าน
พอเห็นว่ามีข้าวราดหน้าด้วย ลู่หมิงก็ร้อนใจขึ้นมาทันที
เขาใช้พลังพิเศษสายไม้ ทำให้เถาวัลย์งอกขึ้นมาตรงนั้น พันเอวตัวเองไว้แล้วเหวี่ยงเขามาที่ลานกลาง
หลี่เฉียงรู้จักทีมของเหยียนเคอ หรือพูดให้ถูกคือไม่มีใครในฐานที่ไม่รู้จักพวกเธอ
ทั้งสี่คนไม่มีใครอ่อนแอ แถมยังประสานงานกันได้อย่างเข้าขา
เป็นทีมที่ทุกคนใฝ่ฝันอยากเข้าร่วม
“เหยียนเคอ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพวกเธอ”
“หลี่เฉียง สิ่งที่คุณทำอยู่ตอนนี้ พี่ชายฉันคงยังไม่รู้สินะ”
“ฉันยังไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย ยัยเด็กนี่สั่งให้หมีของมันคลุ้มคลั่งทำร้ายคนต่างหาก! ไม่เชื่อก็ถามคนรอบ ๆ ดูสิ!”
หลี่เฉียงมั่นใจมาก คนรอบตัวเขาก็มีแต่ชาวบ้านขี้ขลาดไม่ก็ลูกน้องของตัวเอง
ไม่มีใครกล้าเถียงเขาแน่นอน
“เขาเป็นฝ่ายหาเรื่องก่อน เขาจะให้เถ้าแก่น้อยยกร้านให้”
เสียงหนึ่งทำลายความมั่นใจของหลี่เฉียง
เขาเบิกตากว้าง กวาดตามองไปรอบ ๆ เพื่อหาตัวคนพูด
“เถ้าแก่น้อยไม่ยอมยกให้ เขาก็พาคนมาล้อมเถ้าแก่น้อย หวังจะลงมือ”
หลี่เฉียงได้ยินเสียงนั้น จึงเงยหน้ามองท้องฟ้าอย่างสงสัย
ไม่มีอะไรอยู่บนนั้น
แต่เสียงที่เขาได้ยินกลับดังมาจากด้านบนจริง ๆ
เมื่อมีคนเริ่มพูด คนในฝูงชนก็ค่อย ๆ ส่งเสียงสนับสนุนตามมา
พวกเขาเองก็ไม่อยากให้ร้านนี้ตกไปอยู่ในมือหลี่เฉียง
เหยียนเคอหัวเราะเย็นชา แล้วสั่งให้ลู่หมิงกับหยวนหย่งปิดปากหลี่เฉียงและพาตัวเขาไป
ลูกน้องของหลี่เฉียงมองหน้ากันไปมา ไม่มีใครกล้าขวาง
นั่นน้องสาวหัวหน้าฐานเชียวนะ
ลู่หมิงเหลือบมองพวกเขา “ตามมาสิ ยืนเอ๋ออะไรกัน!”
“เออ ๆ ได้เลย”
หยวนซุ่นยืนอยู่กับที่ มองผู้คนรอบข้างแล้วดึงเหยียนเคอไปยืนด้านข้าง
“ต่อคิวกันต่อได้เลย ไม่มีอะไรแล้ว”
“ได้เลย ๆ”
ทุกคนยังจำได้ว่าก่อนหน้านี้ใครต่ออยู่หน้าใคร
จึงพากันกลับไปต่อแถวตามลำดับเดิม
ซุ่ยซุ่ยคิดเงินไปพลาง ขอบคุณเหยียนเคอไปพลาง
หยวนซุ่นไปต่อท้ายแถว เขาเห็นเมื่อครู่ว่าร้านมีสินค้าใหม่เข้ามาไม่น้อย
ขนมปังชิ้นเล็กก่อนหน้านี้อร่อยก็จริง แต่กินจนเริ่มเบื่อแล้ว
