แม้แต่องค์จักรพรรดิน้อยยังอดยกนิ้วให้หรงจือจือในใจไม่ได้ มิน่าเล่าบิดาเสนาบดีถึงได้ชอบนาง นางช่างเฉลียวฉลาดจริง ๆ ถึงกับคิดหาทางแก้ปัญหาเช่นนี้ออกมาได้
นางเซี่ยรีบยิ้มกล่าวว่า “ที่จริงจวนเฉียนหวังของพวกเราก็ไม่เลว คิดว่าหากให้ท่านราชครูหรงเลือกระหว่างสองจวน ก็คงเลือกไม่ถูกเช่นกัน”
“จือจือ เจ้าเลือกใหม่อีกครั้งก็ได้ หากเจ้าเลือกอูเหิง บิดาของเจ้าคงไม่ตำหนิเจ้าหรอก”
“เจ้าก็รู้ มารดาสามีชอบเจ้ามาโดยตลอด หลายปีมานี้ก็คอยปกป้องและเอ็นดูเจ้าไม่น้อย”
หว่างคิ้วของหรงจือจือขยับเล็กน้อย นางเข้าใจว่านางเซี่ยยกพระชายาอ๋องเฉียนขึ้นมาเกลี้ยกล่อมนาง หวังให้นางเห็นแก่พระชายาอ๋องเฉียนที่ดูแลนางอย่างดีมาตลอดหลายปี แล้วเลือกจี้อูเหิง
เมื่อไทเฮาฟังถึงตรงนี้ ก็ตรัสว่า “ฮูหยินซื่อจื่อกล่าวได้ถูกต้อง! หรงจือจือ บัดนี้อัยเจียจะพระราชทานเสกสมรสเจ้าให้กับอูเหิง ส่วนฝ่าบาทประสงค์จะพระราชทานเสกสมรสเจ้าให้กับท่านอัครมหาเสนาบดี”
“พวกเราแม่ลูกแทบจะผิดใจกันเพราะเจ้า มิสู้เจ้าไตร่ตรองให้ดี ว่าแต่งกับผู้ใดแล้วจะดีกว่ากัน!”
“ในเมื่อเป็นเพียงเพราะความประสงค์ของบิดาเจ้า เมื่อมีอัยเจียอยู่ หากเจ้าเลือกอูเหิง บิดาของเจ้าก็คงเข้าใจเจ้าได้!”
“เจ้าลองคิดดู อูเหิงอายุน้อยกว่า ทั้งยังเป็นผู้สืบทอดจวนเฉียนหวังในภายหน้า”
“อูเหิงต่างจากท่านอัครมหาเสนาบดีที่มาจากตระกูลสามัญ เขาเป็นเชื้อพระวงศ์อย่างแท้จริง ยิ่งกว่านั้นสุขภาพของท่านอัครมหาเสนาบดีก็ไม่สู้ดีมาโดยตลอด เจ้าไม่คิดหรือว่าอูเหิงเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า?”
เสิ่นเยี่ยนซูฟังถึงตรงนี้ก็เม้มริมฝีปากบาง ลมหายใจพลันติดขัดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
แม้เขาจะไม่เคยดูแคลนตนเอง แต่ก็จำต้องยอมรับว่าจี้อูเหิงมีบางด้านที่เหนือกว่าเขาจริง ๆ
เขาเองก็เฝ้ารอคำตอบของหรงจือจืออย่างระมัดระวัง
หรงจือจือฟังจบแล้ว แท้จริงก็สัมผัสได้ถึงสายตาตื่นเต้นกังวลของเสิ่นเยี่ยนซูที่จับจ้องมาที่ตน
นางมองไปทางไทเฮา น้ำเสียงหนักแน่นเด็ดขาด “กราบทูลไทเฮา ข้าน้อยเห็นว่าสมุหใหญ่ต่างหากคือตัวเลือกที่ดีที่สุด!”
