นี่มันอะไรกันเล่า ข้านี่มันเจริญรุ่งเรืองแท้ ๆ เขี่ยหมัดเขี่ยเท้าขึ้นมาแล้ว ถึงกับกล้าด่าเจ้านายของตัวเองว่าไม่มีรสนิยมเสียแล้ว!
ช่างแปลกใจ ข้าควรเปลี่ยนชื่อจากเฉิงเฟิงเป็นเจี้ยวเฮ้อเสียแล้วกระมัง ด้วยแต่ผู้ขี่นกกระเรียนเท่านั้นที่พากันมุ่งหน้าสู่แดนสวรรค์ตะวันตก
เมื่อพ่อบ้านหวงรับบัญชาแล้ว จึงรีบเร่งรุดไปค้นหาอัญมณี ยังความดีความชอบที่สมุหใหญ่สร้างไว้ตลอดหลายปีนั้น เพียงพอจะได้รับการแต่งตั้งเป็นอู๋โหวและเข้าสู่ตำแหน่งมหาเสนาะได้ถึงเจ็ดแปดหน
ดังนั้นจวนสมุหใหญ่จึงได้รับพระราชทานรางวัลเป็นมูลค่ามหาศาลนับไม่ถ้วน อีกทั้งภายใต้สมุหใหญ่ยังมีบุคคลฝีมือเยี่ยมชื่อเฉียนว่านเชียน คอยช่วยจัดการดูแลกิจการทรัพย์สินทั้งปวงให้อีกด้วย
อย่ามองว่าจวนสมุหใหญ่จะมีบุคคลเพียงเท่าใดไม่กี่ชีวิต แท้จริงแล้วร่ำรวยเหลือเกินจนกล่าวได้ว่าเทียบชน้าชาติ
ด้วยเหตุนี้ ไม่ช้านัก อัญมณีจากภายนอกที่เม็ดหนึ่งก็ขายได้ราคาสูงเหลือคณา ถูกพ่อบ้านหวงสั่งให้ลูกน้องขนย้ายมาถึงห้าหีบ
ดวงตาของพ่อบ้านหวงเป็นประกายเฉียบคม จ้องมองอัญมณีเหล่านี้แน่นิ่ง เพราะแม้แต่เม็ดเดียวก็ไม่อาจระบายหลุดมือได้
แต่เสิ่นเยี่ยนซูกลับมองอัญมณีเหล่านี้เป็นเพียงก้อนหินธรรมดา ออกแรงคว้าเอามากำหนึ่งวางลงบนโต๊ะเขียนเลย แล้วจึงพิจารณาเลือกผลึกโทนคุ้มเนื้อคุ้มสี ค่อย ๆ ประดับเข้าไปบนพวงมาลัยดอกไม้
ฮูหยินผู้เฒ่าสกุลหรงเพิ่งเสียชีวิตไม่นาน สีที่แจ่มจ้าเกินไป คิดได้ว่านางคงไม่โปรด ส่งไปก็เป็นการข่มเหงผู้ล่วงลับไปอีก
ราวเวลาเกลี้ยงธูปหนึ่ง เป็นอันประดับเรียบร้อย
เสิ่นเยี่ยนซูเอ่ยเรียกว่า “จิ่นเหอ”
พ่อบ้านหวงรีบมองหาไปรอบทิศ จิ่นเหอเป็นนกแก้วที่สมุหใหญ่เก็บกลับมาเมื่อสี่ปีก่อน และถูกเก็บกลับมาพร้อมกับมันยังมีแมวลายเสือตัวหนึ่ง ชื่อว่าจิ่นหลี่
