ต่างจากคนอื่นที่ต้องลำบากเข็ญทรัพย์จากฉินซื่อ ฉีจื่อฟู่กลับหาเงินจากนางได้โดยง่ายดาย
เขามิได้กล่าวด้วยว่าต้องการเงินไปทำสิ่งใด หากแต่ให้สัญญากับนางเพียงว่า ต่อไปเมื่อเขาได้รับพระราชทานรางวัลหรือสิ่งใดในราชสำนัก จะรีบนำมาคืนแก่มารดาโดยเร็วที่สุด ฉินซื่อจึงมิได้ลังเลแม้แต่นาทีเดียว มอบธนบัตรเงินสามพันแผงให้ทันที
เพราะในสายตาของฉินซื่อ บุตรชายที่รักยิ่งของนางนั้นดียิ่งกว่าสิ่งใด ครั้งก่อนแม้ในแคว้นเจายังสามารถสร้างคุณูปการใหญ่หลวงได้ ต่อไปจะสร้างความดีอีกก็ย่อมเป็นเรื่องง่ายดายนัก!
ดังนั้นไม่ช้า ฉีจื่อฟู่ก็มาถึงเรือนหลาน
หรงจือจือทราบว่าเขามาคืนเงิน จึงมิได้สั่งให้ใครขวางกั้น ทั้งยังยกหน้าแป้นของคฤหาสน์ออกเสียด้วย ไม่ฉะนั้นหลังจากเรื่องการถูกปลดบรรดาศักดิ์แล้ว คนสกุลฉีก็ไม่กล้ายั่วยุให้นางโกรธโดยพลการอีก
ฉีจื่อฟู่ถือธนบัตรเงินสามพันแผงเข้ามา ส่งให้หรงจือจือ “นี่สามพันแผง ส่วนที่เกินข้าให้เจ้าทั้งหมด!”
หรงจือจือยิ้มเยาะ สั่งให้แม่นมอวี้คืนเงินให้ฉีจื่อฟู่อย่างเป็นระเบียบแบบแผน
แล้วกล่าวเสียเรียบ ๆ ว่า “ก่อนหน้านี้ข้ามิได้กินใช้ของจวนโหวแม้แต่น้อย ยังถูกเจ้ากล่าวโทษ บัดนี้ข้าจึงไม่กล้ารับเงินสองร้อยกว่าแผงที่เหลือมากกว่านี้ มิฉะนั้นภายหน้าจะมีคำหยาบช้าอย่างใดรอข้าอยู่ก็ไม่อาจรู้ได้”
ฉีจื่อฟู่ได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าซีดขาวสลับเขียว “จือจือ ก่อนหน้านี้เป็นความผิดของข้าเองที่ไม่รู้เหตุการณ์ จึงเข้าใจเจ้าผิดไป”
หรงจือจือหัวเราะเย็น แม้ก่อนหน้านี้เขาจะรู้เหตุการณ์แล้วจะเป็นเช่นไร? ก็เพียงแค่จะบอกนางว่า ทุกคนล้วนเป็นคนเดียวกันในครอบครัว จะแบ่งแยกเจ้าข้าอะไรกัน ใช้เงินของเจ้ากับใช้เงินของจวนโหวต่างกันตรงไหน?
นางกล่าวเย็นชา “เมื่อเงินส่งถึงแล้ว เจ้าก็จงไปเสีย”
ฉีจื่อฟู่เห็นว่าวันนี้หรงจือจือมิได้ประสงค์จะพูดจากับเขา
ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงหยิบเข็มกลัดไข่มุกออกจากอกเสื้อ ยื่นให้หรงจือจือ “ข้ารู้ว่าเจ้ายังโกรธข้าอยู่ คำที่ข้าเอ่ยกับเจ้าเมื่อวาน ขอให้เจ้าได้พิจารณาดูเถิด”
