โลหิตคำหนึ่งจ่อขึ้นมาถึงลำคอของหรงเจาแล้ว ครั้นฟังถ้อยคำนั้นจบ ทั้งร่างพลันแข็งค้าง ก่อนจะฝืนกลืนโลหิตคำนั้นลงไป
ทว่าลำคอกลับถูกโลหิตอุดกั้นกะทันหัน เขากุมอกแล้วล้มฟุบลง คราวนี้หมดสติไปจริง ๆ!
หวังจิ้นยุ่ย “จุ๊ ๆ...”
แท้จริงแล้วเขาก็รู้ว่าเจ้าคนแก่ตายยากผู้นี้ถูกตนยั่วโทสะจนถึงขีดสุด หากยังยั่วต่อไป เกรงว่าจะมีคนตายจริง ๆ
ถึงตอนนั้นกลับถึงจวน บิดาคงตีเขาจนตายเป็นแน่
สุดท้ายจึงหยุดปากไว้ก่อน ไม่พูดวาจาเย้ยหยันต่อ
หรงจือจือย่อมไม่อาจปล่อยให้หรงเจาตายอยู่หน้าประตูจวนของตนจริง ๆ จึงรีบเข้าไปช่วย พลางแสร้งทำท่าตื่นตระหนกเอ่ยว่า “ท่านปู่ทวด ท่านเป็นอะไรไปเจ้าคะ ท่านปู่ทวด?”
หรงจือจือบีบจุดเหรินจงของหรงเจา ทั้งยังฝังเข็มตามจุดฝังเข็มต่าง ๆ ในที่สุดหรงเจาก็ฟื้นขึ้นมา
เพียงแต่เขาถูกยั่วโทสะจนแทบแย่ นอนอยู่บนพื้นพักใหญ่ก็ยังลุกไม่ขึ้น
หรงจือจือสั่งบ่าวรับใช้ว่า “พยุงท่านปู่ทวดขึ้นมา เข้าไปพักในจวนสักครู่”
บ่าวรับใช้ “ขอรับ!”
หวังจิ้นยุ่ยได้ยินดังนั้นจึงเอ่ยว่า “ในเมื่อท่านหมดสติตอนกำลังคุยกับข้าน้อย ข้าน้อยก็มีส่วนรับผิดชอบ เช่นนั้นข้าน้อยจะเข้าไปพร้อมเซี่ยนจู่ รอให้ท่านปู่ทวดของเจ้าดีขึ้นแล้วค่อยกลับก็แล้วกัน!”
หรงเจาที่กำลังถูกบ่าวรับใช้พยุงออกไปเริ่มดิ้นรนอย่างหนัก เขาถึงกับเรียกการกระทำที่เล่นงานตนเมื่อครู่ว่าคุยกันหรือ? คนดีที่ไหนเขาคุยกันเช่นนี้กัน?!
