จี้อูเหยียนเองก็เจ็บปวดแทนพี่ชาย จึงรีบเอ่ยว่า “ท่านแม่ พอเถิดขอรับ ท่านดูพี่ใหญ่สิ ตอนนี้เป็นถึงเพียงนี้แล้ว!”
ยามนี้นางเซี่ยกำลังโกรธอยู่พอดี
นางหันไปมองเขา แล้วกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “หากมิใช่เพราะเจ้าสอดมือเข้ามายุ่ง เรื่องจะวุ่นวายถึงเพียงนี้หรือ?”
ในใจจี้อูเหยียนก็มีโทสะอยู่บ้าง จึงอดโต้แย้งไม่ได้ว่า “ท่านแม่ แต่เดิมพวกเราก็ไม่ควรทำเช่นนี้!”
นางเซี่ยโกรธจนเจ็บแน่นไปทั้งอก “ดี! ข้าบังคับให้นางเป็นอนุภรรยาไม่ถูกต้อง เช่นนั้นเจ้าคิดว่าพี่ใหญ่ของเจ้าแต่งหญิงที่ผ่านการแต่งงานมาแล้วเป็นภรรยาเอกจึงถูกต้องหรือ?”
จี้อูเหยียนเงียบไป
เขายังไม่เคยมีใจรักใคร หากท่านแม่ให้เขาแต่งหญิงที่ผ่านการแต่งงานมาแล้ว เขาเองก็คงรู้สึกเสียหน้าเช่นกัน
ดังนั้นท้ายที่สุดเขาจึงกล่าวว่า “เช่นนั้นท่านก็ทำตามที่พี่ใหญ่ต้องการเถิด อย่าไปหาเรื่องนางอีกเลย!”
จะให้เพราะกลัวตนเองเสียหน้า จึงบีบให้อีกฝ่ายเป็นอนุภรรยาและทำให้อีกฝ่ายต้องอับอายไปด้วยได้อย่างไร? เหตุผลเช่นนี้ฟังไม่ขึ้นเลย คุณหนูสกุลหรงก็ไม่ได้ล่วงเกินครอบครัวพวกเขาเสียหน่อย!
นางเซี่ยกล่าวว่า “เจ้าคิดว่าข้าอยากไปหาเรื่องนางหรือ? มิใช่เพราะพี่ใหญ่ของเจ้าเอาแต่คิดถึงนางจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ ทั้งยังเอาแต่ขุ่นเคืองใส่ข้าผู้เป็นมารดาทุกวันหรอกหรือ”
“หากข้ารู้แต่แรกว่าจะเป็นเช่นนี้ ตอนนั้นข้าก็ไม่ควรให้นางปฏิเสธการแต่งงาน แต่ควรจะ...”
“ควรจะอะไร?” เสียงตวาดดังมาจากที่ไกล
นางเซี่ยพลันเงียบกริบ แววตาหลุกหลิกหลบเลี่ยง “มารดาสามี ท่าน...ท่านมาได้อย่างไรเจ้าคะ?”
พระชายาอ๋องเฉียนรีบสั่งแม่นมจางที่อยู่ข้างกายว่า “ไปพยุงท่านชายใหญ่ขึ้นมา!”
จากนั้นพระชายาอ๋องเฉียนก็หันไปมองนางเซี่ย “หากข้าไม่มา พวกเจ้าคิดจะปิดบังเรื่องนี้ข้าไปอีกนานเท่าใด? ข้าว่าแล้วเชียว เหตุใดจือจือที่ดีอยู่แท้ ๆ จึงไม่ยอมมาเป็นหลานสะใภ้ของข้า!”
