“ของดีเหล่านั้นเดิมทีก็ใช่ว่าเจ้าจะคู่ควรครอบครองไว้แต่ผู้เดียว แบ่งให้น้องอี้สักหน่อยแล้วจะเป็นไรไป? ถึงกับกล้าข่มขู่ผู้อาวุโสแห่งสกุล!”
“เจ้าคงคิดว่าตนกำลังจะแต่งกับสมุหใหญ่ จึงยโสโอหังเสียเหลือเกินกระมัง ถึงได้เริ่มข่มเหงคนในบ้านแล้ว!”
หรงเชื่อเจ๋อโกรธจนหน้ามืด คำพูดไม่น่าฟังพรั่งพรูออกมาทีละประโยค
หัวใจของหรงจือจือพลันเจ็บแปลบ
นางนึกขันตนเองที่เมื่อครู่ยังเผลอหวั่นไหว ปากพูดจาแข็งกระด้าง ทว่าในใจแท้จริงก็ใช่ว่าไม่เคยคิดว่า น้องชายคนนี้จะมีโอกาสกลับตัวกลับใจหรือไม่
อย่างไรเสีย เขาก็เคยเป็นน้องชายที่นางรักใคร่จากใจจริง เป็นน้องชายที่เมื่อครั้งยังเด็ก พอได้ของดีอะไรมาก็มักนำมาให้พี่สาวดูเป็นคนแรก
แต่ตอนนี้นางเข้าใจแล้ว ความหวั่นไหวในใจเมื่อครู่นั้นเป็นเพียงเรื่องน่าขันเท่านั้น
ที่เขาคิดว่านางเห็นแก่ตัว คิดว่านางไม่คู่ควรกับของดีต่างหาก คือคำพูดจากใจของเขา!
หลังด่าจบ หรงเชื่อเจ๋อก็ไม่สนใจว่าหรงจือจือจะมีปฏิกิริยาอย่างไร พายู่เล่อกลับเรือนของตนไปด้วยความโมโห
แต่เพิ่งเดินผ่านระเบียงมุขไปได้ ก็พบหวังซื่อเข้า
เห็นได้ชัดว่าหวังซื่อได้ยินบทสนทนาระหว่างพี่น้องทั้งคู่ นางมองเขาพลางหัวเราะเยาะเบา ๆ “เจ้าเห็นหรือยัง นี่แหละพี่สาวแสนดีของเจ้า ก่อนหน้านี้เจ้ายังเตือนเจียวเจียวเพราะนางอยู่เลย ตอนนี้รู้สึกเสียใจหรือไม่?”
หรงเชื่อเจ๋อกัดฟัน รู้สึกว่าตนช่างต่ำต้อยเสียเหลือเกิน
เมื่อครู่ต่อให้เขาไม่ช่วยพูดแทนนางในช่วงเวลาสำคัญแล้วจะเป็นไรไป? ตอนนั้นเดิมทีก็ไม่ควรพูดอยู่แล้ว! นางกลับถึงกับปฏิเสธน้ำใจของเขาเพียงเพราะเรื่องนี้!
นางไม่คู่ควรให้เขาดีกับนางเลยแม้แต่น้อย!
เขาพูดด้วยสีหน้าบึ้งตึงว่า “เจียวเจียวดีขึ้นบ้างหรือยัง? ข้าจะไปเยี่ยมนาง!”
