"ในสายตาเธอ หานสวินเป็นคนยังไง"
ตามนิสัยของชูอี เธอน่าจะตอบแข็งกร้าวว่า "เรื่องของฉันกับหานสวินมันเกี่ยวอะไรกับคุณ ทำไมต้องบอกคุณด้วย"
แต่ชูอีกลับไม่ตอบอย่างนั้น จู่ ๆ เธอก็อยากตอบคำถามนี้มาก
"เขาไม่เหมือนใครจริง ๆ ค่ะ เหมือนมีสนามพลังพิเศษของตัวเอง รังสีความเย็นชาของเขาทำให้หน้าร้อนกลายเป็นเย็นสบาย เขาไม่เหมือนพวกผู้ชายโวยวายน่ารำคาญคนอื่น เวลาเขาเรียน..."
ฟังมาถึงตรงนี้ หลินเหอก็เข้าใจแล้ว ลูกสาวแสนซื่อของเธอไม่ได้ชอบหานสวินหรอก แต่ชอบหานสวินในจินตนาการของตัวเองต่างหาก
พูดไปก็ไม่เกี่ยวกับหานสวินเลย เป็นเรื่องของความรู้สึกทั้งนั้น
พอเห็นหลินเหอไม่พูด ชูอีก็พูดต่อ "ปีหนึ่งมอปลาย หนูกระเป๋าสตางค์กับมือถือหายเป็นหานสวินให้ยืมมือถือโทรหาบัตเลอร์ค่ะ เขาดูเป็นคนเย็นชา หนูนึกว่าเขาจะไม่ให้ยืมแต่เขากลับให้ยืม ต่อมาหนูได้ยินมาว่า หานสวินเห็นหนูเดินวนอยู่แถวนั้นเลยตั้งใจเดินเข้าไปหา ปกติเขาไม่เดินเส้นนั้น..."
นี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทั้งคู่เป็นเพื่อนกัน
หลินเหอส่ายหัว ลูกสาวแสนซื่อของเธอนี่ ถ้าเป็นเรื่องหลังมอปลาย เธอสงสัยอย่างมีเหตุผลเลยว่า การที่กระเป๋าสตางค์กับมือถือหายเป็นฝีมือของเจียงมู่หวา แล้วหานสวินก็เข้ามาเล่นตามบท
ในที่สุด ข้อตกลงของหลินเหอกับชูอีคือ ให้เธอแสร้งทำเป็นไม่มีอะไรเลยต่อหน้าหานสวิน ดูซิว่าพอนานไปอีกฝ่ายจะเป็นยังไง
ชูอีโกหกหานสวินว่า เธอกลับบ้านแล้วได้รู้ความลับหนึ่ง ที่แท้เธอไม่ใช่ลูกของตระกูลเจี่ยง!
พ่อบอกว่าตระกูลเจี่ยงเลี้ยงเธอมาสิบเจ็ดปี ให้ชีวิตที่หรูหราสะดวกสบายก็ถือว่ามีน้ำใจพอแล้ว ปีหน้าพอเรียนจบมอปลายเข้ามหาวิทยาลัย เธอต้องเริ่มเลี้ยงตัวเอง
