ในคฤหาสน์ตระกูลเจี่ยงมีเพียงที่เดียวที่เป็นเขตหวงห้าม นั่นคือห้องที่คุณนายคนก่อนเคยอยู่ หลังจากคุณนายใหม่เข้ามา ห้องนั้นก็ไม่ใช่แล้ว
ส่วนห้องหนังสือนั้น เจี่ยงเฉียวไม่เคยสั่งอะไรเป็นพิเศษ ปกติคนใช้จะมาทำความสะอาดตอนเช้าวันละครั้ง นอกจากนั้นก็ไม่มีใครเข้าไป ฉืออู่กับชูอีเองก็ไม่สนใจที่นั่น
แต่ทุกอย่างย่อมมีข้อยกเว้น
วันนี้ฉืออู่เกิดนึกครึ้มอกครึ้มใจไปที่ห้องหนังสือ แล้วเขาก็เจอปัญหาเข้า!
“พวกเรามีเรื่องสำคัญจะคุยกัน นายไปเล่นที่อื่น อย่ามากวน”
เจี่ยงเฉียวพูดเสียงเข้ม เห็นชัดว่าต้องการไล่
ฉืออู่ทำหน้าน้อยใจ “ผมไม่ได้กวนนะ!”
“พอได้แล้ว ออกไป!”
หลินเหอนึกว่าเจี่ยงเฉียวกำลังใช้แผนรูปงามแล้วถูกขัดจังหวะ เลยหงุดหงิดใส่ฉืออู่ แต่ตอนนี้ดูท่าเจ้าหมอนี่เหมือนจะโมโหจริง ๆ แล้วนะ?
พอสัมผัสได้ถึงสายตาพินิจของหลินเหอ เจี่ยงเฉียวก็ชะงักลมหายใจ ตระหนักว่าตัวเองแสดงออกมากเกินไป จึงเก็บสีหน้าแล้วพูดว่า “มีอะไรไว้พูดพรุ่งนี้เถอะ”
“ในมือนั่นถืออะไรอยู่? แฟลชไดรฟ์เหรอ?”
หลินเหอไม่สนใจท่าทีของเจี่ยงเฉียว เธอกลับรู้สึกว่าลูกชายมาตอนนี้เหมาะเจาะดีแล้ว
ฉืออู่ที่กำลังตื่นเต้นกับอารมณ์การค้นพบครั้งใหญ่ กลับเหมือนถูกสาดน้ำเย็นใส่ หมดโรยแรง
พูดอย่างหงอย ๆ ว่า “ใช่แฟลชไดรฟ์ครับ”
เจี่ยงเฉียวยังอยากพูดอะไรอีก แต่หลินเหอถลึงตาใส่ เขาก็เลยหุบปาก
หลินเหอลุกขึ้นจูงฉืออู่ไปนั่งที่โซฟาด้านข้าง แล้วพูดเสียงอ่อนโยนว่า “ในแฟลชไดรฟ์มีอะไรเกี่ยวกับครอบครัวเราหรือเปล่า?”
ฉืออู่เม้มปาก จู่ ๆ เขาก็เข้าใจแล้วว่าทำไมพี่สาวถึงโดนล้างสมอง ถ้ามีเรื่องอะไร เขาก็ยินดีจะเล่าให้คนตรงหน้าเหมือนกัน
