อาจารย์ฟ่านเคยติดต่อกับแม่ของเฟิงโฉ่ว อีกฝ่ายเป็นผู้ปกครองที่ชอบอัดคลิปด้วยมือถือตลอดเวลา
ฉืออู่เป็นเด็กที่อารมณ์ร้อน แม่ของเฟิงโฉ่วถนัดการใช้ศิลปะทางภาษา ทำให้ฉืออู่พูดจาไม่เหมาะสมออกมาได้ง่าย ๆ
ตอนนั้นเรื่องจะลงเอยอย่างไรก็คาดเดาไม่ได้
อาจารย์ฟ่านคิดว่าถ้าทั้งสองฝ่ายมีผู้ปกครองอยู่ด้วย การสนทนาจะเป็นธรรมกว่า
ถึงแม้สามปีในระดับมัธยมต้นคนที่ติดต่อกับอาจารย์ฟ่านจะเป็นพ่อบ้าน แต่การมีผู้ใหญ่สักคนก็ยังดีกว่าให้ฉืออู่ต้องเผชิญหน้ากับแม่ของเฟิงโฉ่วตามลำพัง
อีกอย่าง จริง ๆ แล้วอาจารย์ฟ่านก็ยังแอบลำเอียง เธอไม่คิดจะให้ฉืออู่เสียเปรียบมากนัก
ฟังที่อาจารย์ฟ่านพูด ฉืออู่ก็รู้ตัวว่าตัวเองใจร้อนไป เขาควรจะออกมาตอนที่เฟิงโฉ่วยอมรับ แล้วค่อยเอาผ้าห่อหัวมันไปรัวชกเงียบ ๆ ในที่ลับตา!
ต่อยให้แม่มันยังจำไม่ได้! แต่ตอนนี้ยังชกไม่ทันสะใจก็โดนห้ามซะก่อน
แม้นิสัยจะซื่อ ๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าโง่ ฉืออู่เข้าใจคำพูดของอาจารย์ฟ่าน และรู้ว่าฝั่งตัวเองก็ต้องมีผู้ใหญ่มาช่วยเคลียร์
หลายปีที่คบหากับเฟิงโฉ่ว ฉืออู่ไม่เคยเจอแม่ของอีกฝ่ายเลย รู้แค่ว่าเพราะเรื่องงานเธอเลยหย่ากับพ่อของเฟิงโฉ่ว ปกติเวลาติดต่อหาก็แค่โอนเงินให้ ไม่เคยได้ยินเฟิงโฉ่วพูดถึงแม่ตัวเองมากนัก
ที่สนิทกับเฟิงโฉ่วยังไงล่ะ ลึก ๆ ฉืออู่ก็รู้สึกว่าสองคนมันคล้าย ๆ กัน
อาจารย์ฟ่านไม่ได้พูดมาก แต่ดูจากท่าทีของเธอ แม่เฟิงโฉ่วคงเป็นคนรับมือยาก
ตอนกินข้าว ฉืออู่โทรหาเจี่ยงเฉียวก่อน ถ้าจะให้พ่อบ้านมาก็ต้องให้พ่อสั่งมา
เพิ่งกดเบอร์ไปยังไม่ทันติดดี ฉืออู่ก็ตัดสายเสียก่อน จู่ ๆ ก็อยากโทรหาหลินเหอ
หลินเหอต้องรับมือเก่งกว่าแม่เฟิงโฉ่วแน่!
ก่อนจะโทรหาหลินเหอ ฉืออู่ลังเลอยู่ยี่สิบนาที สุดท้ายก็ตัดสินใจโทรไป
แล้วก็เกิดบทสนทนานั้นขึ้นมา
