“หรือทักไปถามหลินหว่านโดยตรงดี เผื่อได้เนื้อหากฏละเอียด?”
ซูเหยี่ยนขมวดคิ้ว คิดในใจว่าจะทำดีหรือไม่
พูดตามตรง ครั้งนี้เขาไม่คิดว่าหลินหว่านจะบอก
ถึงในบันทึกการสนทนาจะมีแค่คำพูดสั้น ๆ ไม่มาก แต่ซูเหยี่ยนก็ยังพอจับแก่นของกฏใหม่ได้คร่าว ๆ
แข่งขันกันอย่างเต็มที่ ใครช้าก็ตาย
ภายใต้บรรยากาศแบบนี้ หลินหว่านกับซูเหยี่ยนต่างก็เป็นคู่แข่งกัน หล่อนจะยอมเสียผลประโยชน์ตัวเองเพื่อช่วยคนอื่นหรือ?
ล้อเล่นอะไรกัน นั่นมันคนดีเกินเหตุชัด ๆ
“ช่างเถอะ ถามจิ้งดีกว่า...”
พอซูเหยี่ยนกำลังจะออกจากห้องไปหาจิ้ง จู่ ๆ ก็ชะงักเท้า
เขาสังเกตว่าในช่องสื่อสาร มีข้อความใหม่โผล่ขึ้นมาอีกสองสามข้อความ
“เอ่อ... เพิ่งตื่นน่ะ เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น?”
“เพิ่งตื่นเหมือนกัน ทำไมทุกคนเงียบกันหมด?”
“กฏใหม่? บ้า! ทำไมตอนฉันหลับมันออกกฏใหม่วะ แล้วเนื้อหามันคืออะไรกันแน่!”
มีผู้ใช้ไม่กี่คนโพสต์ถามกระจัดกระจาย ตื่นตระหนกไปทั่ว หนึ่งในนั้นคือฉินซาน เจ้าซวยนั่นเอง
“เฮ้ ดูท่าไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวที่พลาด”
ซูเหยี่ยนขำ เขาจำได้ว่าผู้ใช้พวกนี้หน้าคุ้น ๆ ทั้งนั้น เป็นคนที่ซื้อเกวียนไป
ลองนับเวลาดู พวกเขาซื้อเกวียนได้ไม่นานก็พักผ่อน พอถึงตอนนี้ก็ตื่นพอดี เลยพลาดประกาศกฎใหม่ไปพร้อม ๆ กัน
เรื่องนี้ไม่โทษใครทั้งนั้น เพราะไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าระบบจะประกาศกฏใหม่ในวันที่สอง
ส่วนสภาพของช่องสนทนาตอนนี้ ก็ตรงตามที่ซูเหยี่ยนคาดไว้ก่อนหน้านี้: ยังคงเงียบ ไม่มีใครตอบ
ไม่มีใครมีหน้าที่ตอบคำถามที่คลุมเครือของพวกเขา ไม่มีใครช่วยเหลือคู่แข่งของตัวเอง ถึงแค่ให้ข้อมูลที่แทบจะเปิดเผยอยู่แล้วก็ตาม
“ไอ้พวกซวยเอ๊ย ยังดีที่ฉันมีจิ้ง หล่อนน่าจะวิเคราะห์อะไรมาได้อีก”
ซูเหยี่ยนส่ายหัว เขาเชื่อในสติปัญญาของจิ้งมาก
ต่อให้ตัวเขาเองยังพอจะมองอะไรออก จิ้งก็ต้องวิเคราะห์รายละเอียดข้อมูลของกฏใหม่ออกมาได้มากกว่าเขาอย่างแน่นอน
ถึงหล่อนจะทำไม่ได้ ก็ยังมีเฉินจือซินกับพรรคพวกสมุนสายสติปัญญาอีก พอรวมหัวกันแล้ว จะปะติดปะต่อให้เห็นภาพรวมของกฏใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินไปนัก
