ชายที่ถูกเรียกว่า ‘พี่เผย’ ไม่ได้พูดอะไร
เขาสวมชุดรัดกุมสีดำ ไหล่กว้าง เอวสอบ รูปร่างสูงโปร่งสง่า ใบหน้าหล่อเหลาจนโดดเด่น
โหนกคิ้วลึก สันจมูกโด่ง ริมฝีปากบางมีแววเย็นชาอยู่เป็นทุนเดิม เส้นกรอบหน้าคมคายและงดงาม โดยเฉพาะดวงตาสีดำสนิท หางตากดต่ำเล็กน้อย เผยความไม่ใส่ใจออกมา
ทว่าตอนนี้ ดวงตาคู่นั้นกลับทอดข้ามซากข้าวของที่เกลื่อนพื้น ไปหยุดอยู่ที่หญิงสาวซึ่งกำลังเดินจากไปไม่ไกล
เขาไม่ตอบคำถามของเด็กหนุ่มข้างกาย กลับถามเรื่องที่ไม่เกี่ยวกันขึ้นมาแทน “พวกนายจำได้ไหมว่าตอนเราเข้ามาเมื่อกี้ ในซูเปอร์มาร์เก็ตมีน้ำแร่กี่ลัง?”
เด็กหนุ่มชะงักไปกับคำถาม “ไม่รู้สิ เดี๋ยวนับก่อน... สามลังมั้ง?”
“ไม่ใช่” ชายหนุ่มตอบอย่างมั่นใจ “มีสิบสองลัง แล้วยังมีเครื่องดื่มเกลือแร่ห้าลังข้าง ๆ กับบิสกิตอัดแท่งยี่สิบห่อบนชั้นวางตรงนั้น ทั้งหมดหายไปแล้ว”
คนอื่น ๆ พากันตะลึง
“จริงเหรอพี่เผย? เมื่อกี้พี่ไม่ได้ตามพวกเราเข้าไปในคลังทันทีหรอกเหรอ? นี่พี่... จำได้ทุกอย่างที่เห็นเลยหรือไง?”
“งั้นผู้หญิงคนนั้นก็เอาไปเหรอ?”
เด็กหนุ่มข้าง ๆ พลันนึกถึงปัญหาสำคัญขึ้นมาได้
“แต่ไม่ใช่สิ เธอจะขนไปมากขนาดนั้นไหวได้ยังไง?”
มุมปากของชายหนุ่มยกขึ้นเล็กน้อย แววสนใจวาบผ่านดวงตา
“นั่นสิ เธอเอาไปได้ยังไงกันนะ?”
……
หลังออกจากซูเปอร์มาร์เก็ต เสิ่นเวยใช้วิชารักษารักษาแขนของตัวเองก่อน
จากนั้นเธอก็มาที่ตู้ขายสินค้าอัตโนมัติในอาคารผู้ป่วย ทุบมันจนเปิด แล้วหยิบแท่งพลังงานกับช็อกโกแลตข้างในออกมา
ทันใดนั้น วิทยุสื่อสารของเธอก็ดังขึ้น
หลังวันสิ้นโลกมาเยือน เครือข่ายล่มสลาย ในเขตปลอดภัยยังพอมีสัญญาณอยู่บ้าง แต่เมื่อออกมาเก็บเสบียงก็ทำได้เพียงสื่อสารผ่านวิทยุเครื่องนี้
