ในตอนนั้นเอง—
เสียงสวบสาบดังขึ้น
มีความเคลื่อนไหวแผ่วเบาดังมาจากข้างขอบหน้าต่างกะทันหัน
เสิ่นเวยเงยหน้าขึ้น ก็เห็นเงาร่างเล็กสีเทาอม น้ำตาลกำลังเลื้อยลอดช่องหน้าต่างเข้ามา
เป็นเสี่ยวสือโถว
พอเห็นเสิ่นเวย งูตัวน้อยก็เลื้อยเข้ามาหาอย่างตื่นเต้นทันที มันไต่ขาโต๊ะขึ้นไปบนโต๊ะ ก่อนจะแลบลิ้นใส่เธอไม่หยุด
“ฟ่อ ๆ!”
ดวงตาเสิ่นเวยเป็นประกาย
“เสี่ยวสือโถว กลับมาแล้วเหรอ?”
ก่อนหน้านี้เธอก็รู้สึกว่าอาถีหยามีพิรุธอยู่แล้ว จึงอาศัยจังหวะที่ไม่มีใครสนใจ แอบให้เสี่ยวสือโถวออกไปสืบข่าวให้
ถึงอย่างไรเจ้านี่ก็ตัวเล็ก แถมยังใช้พลังดินซ่อนร่องรอยได้ เหมาะที่สุดกับงานลับ ๆ ล่อ ๆ แบบนี้
เสี่ยวสือโถวพยักหน้าหงึก ๆ หางยังตบโต๊ะหลายครั้ง
เสิ่นเวยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“ดูท่าจะเจออะไรเข้าจริง ๆ สินะ?”
เธอไม่พูดให้มากความ ยื่นมือไปแตะหัวเสี่ยวสือโถวเบา ๆ
“มา ให้ฉันดูหน่อยว่าเมื่อกี้เห็นอะไรบ้าง”
เนตรดาราเปิดใช้งาน!
วินาทีต่อมา—
ภาพแล้วภาพเล่าปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของเสิ่นเวยอย่างรวดเร็ว
ภาพแรกที่ปรากฏคือระเบียงยาวในวังอันหรูหรา
เห็นได้ชัดว่าเสี่ยวสือโถวเลื้อยไปตามมุมกำแพง มุมมองจึงอยู่ต่ำมาก มองเห็นได้เพียงชายกระโปรงยาวของสาวใช้ที่เดินผ่านไปมา
จากนั้นภาพก็เปลี่ยนฉับพลัน
กลายเป็นห้องที่ตกแต่งอย่างหรูหราฟุ่มเฟือย
ตรงกลางห้องมีร่างคุ้นตายืนอยู่
อาถีหยา!
ตอนนี้อาถีหยากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่ ในมือถือถ้วยชา แต่สีหน้ากลับไม่ใช่ท่าทีอ่อนโยนเปี่ยมเมตตาอย่างที่แสดงต่อเสิ่นเวยในตอนกลางวัน