เสิ่นเวยได้ยินคำพูดของเสิ่นฉงเยว่ แต่กลับไม่แปลกใจแม้แต่น้อย
เพราะเธอชินเสียแล้ว
คนตระกูลเสิ่นไม่เคยเก็บของดีอะไรไว้ให้เธอ
ต่อให้ของชิ้นนั้นเป็นของเธอแต่แรก พวกเขาก็ยังหยิบไปได้อย่างหน้าตาเฉย ก่อนทิ้งคำพูดลอย ๆ ไว้ว่า “นี่คือสิ่งที่เธอติดค้างพวกเรา”
แต่เธอก็ไม่ได้โต้แย้งคำพูดของเสิ่นฉงเยว่ กลับกัน เธอล้วงผลึกออกจากกระเป๋าอย่างว่าง่าย
เมื่อเห็นเสิ่นเวยให้ความร่วมมือถึงเพียงนี้ เสิ่นฉงเยว่กลับชะงักไปครู่หนึ่ง
เดิมทีเขาคิดว่า ด้วยนิสัยหัวขบถที่จู่ ๆ ก็เปลี่ยนไปของเสิ่นเวยช่วงนี้ เธอคงหาเรื่องทะเลาะกับเขาอีกแน่
ไม่คิดว่าจะว่าง่ายขนาดนี้?
ดูท่าก่อนหน้านี้เธอจงใจทำตัวเหลวไหล ก่อเรื่องไปทั่วเพื่อเรียกร้องความสนใจจากคนในบ้าน พอรู้ว่ามุกนี้ไม่ได้ผล ตอนนี้ก็เลยกลับมาเป็นเด็กดีอีกครั้ง
คิดได้ดังนั้น เสิ่นฉงเยว่ก็แค่นหัวเราะ
“ยังถือว่าเชื่อฟังอยู่บ้าง รีบเอาของออกมาแต่แรกก็สิ้นเรื่อง แบบนี้ถึงจะพอเรียกได้ว่าเป็นลูกสาวของฉัน—”
แกร๊ก
แต่เขายังพูดไม่ทันจบ เสิ่นเวยก็โยนของในมือลงบนโต๊ะชาอย่างไม่ใส่ใจ
มันเป็นผลึกจริง ๆ
แต่เป็นผลึกที่ถูกหักออกเป็นสองซีก ของเหลวพลังงานข้างในก็ถูกดื่มจนเกลี้ยง ไม่เหลือร่องรอย
“เธอ—”
เสิ่นฉงเยว่เงยหน้าพรวด แล้วเห็นเสิ่นเวยยิ้มให้อย่างไร้เดียงสา
“ผลึกให้คุณแล้ว แต่ของเหลวพลังงานข้างใน ฉันดื่มไปแล้ว”
“เธอดื่มไปแล้ว?”
เสิ่นเยี่ยนฉือที่นั่งก้มหน้าอ่านรายงานวิจัยอยู่ข้าง ๆ ทำท่าราวกับไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องตรงหน้า จู่ ๆ ก็เงยหน้าขึ้น ดวงตาหลังกรอบแว่นขอบทองอ่านอารมณ์ไม่ออก เขาเพียงจ้องเสิ่นเวยเขม็ง