เผยจื้อ: “……”
รอยยิ้มบนใบหน้าชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย
ดวงตาสีดำสนิทพลันลึกล้ำขึ้น
เสิ่นเวยเพิ่งมารู้ตัวเอาตอนนั้น
เดี๋ยวก่อน
คำพูดเมื่อกี้ของเธอ...
มันฟังดูใจร้ายไปหน่อยหรือเปล่า?
ยังไงอีกฝ่ายก็เพิ่งสารภาพรักกับเธอไปหมาด ๆ
เธอไม่เพียงพูดต่อหน้าคนอื่นว่าจะให้เขาแต่งเข้าตระกูล แต่ยังแอบบอกเขาเป็นการส่วนตัวด้วยว่าแค่ใช้เขาเป็นฉากบังหน้า
คิดถึงตรงนี้ เสิ่นเวยก็รู้สึกผิดขึ้นมาอย่างหาได้ยาก
“แค่ก”
เธอกระแอมเบา ๆ
“เอ่อ... ขอโทษนะ”
“วันนี้ฉันเพิ่งคิดวิธีนี้ออก ไม่ได้ปรึกษานายล่วงหน้า”
เผยจื้อมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเสียงต่ำขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“ไม่เป็นไร”
เสิ่นเวยชะงัก
ชายหนุ่มเอ่ยต่อ
“จริง ๆ ฉันดีใจมาก”
เสิ่นเวยนิ่งไป “ดีใจเรื่องอะไร?”
“อย่างน้อยครั้งนี้ ในที่สุดเธอก็ยอมให้ฉันอยู่ช่วยแล้ว”
เสิ่นเวยอึ้งไป
เธอไม่คิดเลยว่าเผยจื้อจะมองเรื่องนี้แบบนั้น
แต่ไม่นาน เธอก็ดึงสติกลับมา แล้วส่งเสียงฮึในลำคอ
“ฉันไม่ได้โง่สักหน่อย มิติเนตรดาวของผู้หญิงคนนั้นมีดาวสว่างครบทั้ง 10 ดวงแล้ว”
“แปลว่าอย่างน้อยเธอก็ถึงระดับ 10 แล้ว ตอนนี้ฉันเพิ่งอยู่ระดับ 7 ถ้าต้องสู้กันจริง ๆ ฉันไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ของเธอได้เลย”
ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่ก็ยังเป็นถิ่นของอีกฝ่าย
ไม่ต้องพูดถึงอาถีหยา แค่คนเผ่าดาราที่อยู่ในวังก็ไม่รู้ว่าซ่อนยอดฝีมือไว้มากมายแค่ไหน
เธอจะอยู่ที่นี่คนเดียวจริง ๆ ได้ยังไง?
“เพราะงั้น” เสิ่นเวยเงยหน้ามองเผยจื้อ “นายยอมเล่นละครฉากนี้กับฉันไหม?”
เผยจื้อยิ้ม