ห้าคำสั้น ๆ ทำให้บรรยากาศในห้องชะงักค้างในพริบตา
ทั้งสองสบตากัน เงียบกริบจนได้ยินเสียงเข็มตก
ภายในบ้านสร้างเอง แสงไฟสลัว เดิมทีเลขาฯ ผู้เฒ่าเป็นคนหาใครสักคนมาช่วยตกแต่ง ใช้บริษัทตกแต่งท้องถิ่น งานห่วยแตก แม้แต่ไฟยังใช้ของถูกที่สุด
จี้หวยโจวใช้ชีวิตลวก ๆ ไม่พิถีพิถันอะไร ตลอดมานี้ก็ขี้เกียจเปลี่ยน
ตอนนี้กลับกลายเป็นตัวช่วยปิดบังอารมณ์ของทั้งคู่ได้อย่างดีเยี่ยม
ขณะที่บรรยากาศเงียบสงัดกำลังจะกลบทั้งสองคนให้จมน้ำตาย ฟานอินก้าวไปข้างหน้าครึ่งก้าว ปลายเท้าแตะปลายเท้าจี้หวยโจว เอ่ยเสียงเรียบเรื่อย “จี้หวยโจว หกปีแล้ว คุณยังวางไม่ลงอีกหรือ”
ลำคอของฟานอินเรียวเล็กขาวผ่อง ตอนนี้ปรากฏรอยนิ้วของจี้หวยโจวแล้ว
ความจริงจี้หวยโจวไม่ได้บีบแรง
ยังเหลือที่ว่างให้
แต่ไม่อาจต้านผิวบอบบางของฟานอินได้
สายตาทั้งคู่ปะทะกัน เพียงครึ่งนาทีสั้น ๆ ดุเดือดราวประกายไฟแล่นเปรี้ยง
ไม่กี่วินาที จี้หวยโจวคลายมือ ยิ้มเยียบเยียบ แฝงการเยาะเย้ยยิ่งกว่า “คุณคิดมากไปแล้ว”
ฟานอินเอ่ยเรียบ ๆ “อย่างนั้นก็ดี”
เมื่อจี้หวยโจวก้มตัวอุ้มผ้าปูที่นอนจะจากไปอีกครั้ง ฟานอินไม่ได้ขัดขวางอีก เพียงกวาดตามองแผ่นเอวกำยำของเขา
เทียบกับเมื่อหกปีก่อน ตอนนี้เขาสลัดความหนุ่มกระเตาะทิ้งไปแล้ว ทั้งร่างแผ่ความเป็นผู้ใหญ่ที่ผู้ชายวัยนี้พึงมี
ทุกกิริยาท่าทาง เต็มไปด้วยเสน่ห์ดึงดูดของบุรุษเพศ
จี้หวยโจวก้าวยาว ๆ จากไป กระแทกประตูเสียงดังสนั่น
สายตาฟานอินทอดอยู่บนบานประตู ไม่มีปฏิกิริยาพิเศษอะไร
ครู่หนึ่ง เธอหันไปจัดกระเป๋าเดินทางของตัวเอง
ของที่เธอเอามามีไม่มาก ใช้ชีวิตอย่างประณีต แต่กลับเรียบง่ายสุด ๆ
ของที่เอามาล้วนเป็นของจำเป็น ไม่มีสักอย่างที่เกินมา
ระหว่างเก็บของ โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงก็สั่นขึ้นมา
เธอล้วงโทรศัพท์ออกมาดู บนหน้าจอเด้งข้อความหนึ่งขึ้นมา: ดูลาดเลาจากบนเขา
ฟานอิน: ใครจะแพ้ใครจะชนะ
อีกฝ่าย: ยังไม่รู้
ฟานอิน: รอ
อีกฝ่าย: โรคของคุณไม่รักษาจริง ๆ แล้วหรือ
ฟานอิน: เกิดแก่เจ็บตาย เรื่องธรรมดาของโลกมนุษย์
อีกฝ่าย: แต่คุณยังมีชีวิตอยู่ได้ชัด ๆ
ฟานอิน: แต่ฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่
ส่งข้อความเสร็จ ฟานอินจ้องหน้าจอเหม่อไปหลายนาที สูดลมหายใจตื้น ๆ หยิบกระโปรงตัวสุดท้ายในกระเป๋าเดินทางออกมาแขวนในตู้เสื้อผ้า
จี้หวยโจวไม่อนุญาตให้เธอใช้ตู้เสื้อผ้าของเขา
แต่ไม่เป็นไร เธอย่อมจะทำตัวเป็นนกกาเหว่าครอบรังนกกระจอกเอง
ตั้งแต่ทั้งสองรู้จักกันมา รูปแบบการอยู่ด้วยกันก็เป็นแบบนี้ ขอเพียงเป็นสิ่งที่เธอต้องการ เขาก็ต้องให้
เจอที่เขาไม่ให้จะทำอย่างไร
ก็ต้องแย่งชิงมาง่าย ๆ น่ะสิ
คืนนี้ฟานอินนอนหลับสนิท
สองวันมานี้ทำงานต่อเนื่องไม่หยุด เดินทางโยกเยก ทำให้เธอไม่ค่อยจะไหว
ในฝัน เธอฝันถึงครั้งแรกที่เจอจี้หวยโจว
ตอนนั้นเธออายุสิบเอ็ด จี้หวยโจวอายุสิบสี่
คุณพ่อฟาน ฟานเจิ้งตง และคุณแม่จี้ จั่วชิง ตัดสินใจจะใช้ชีวิตร่วมกัน พาทั้งสองคนไปเจอกันที่ร้านอาหารเล็ก ๆ ทรุดโทรมร้านหนึ่ง
จี้หวยโจวตัดผมเกรียนสั้น เสื้อยืดแขนสั้นสีขาว กางเกงยีนส์ตัวหนึ่งที่มองไม่ออกว่าสีเดิมเป็นยังไง
ตอนที่ทั้งสองสบตากัน เธอยิ้มแสยะยิงฟัน จี้หวยโจวขมวดคิ้วเล็กน้อย
ไม่รู้ว่ารังเกียจหน้าตาเธอไม่เข้าตาเขา หรือถือโทษที่เธอมาแบ่งความรักของแม่เขาไปครึ่งหนึ่ง
พูดรวม ๆ แล้ว เขาเป็นศัตรูกับเธออย่างมาก
ฝันนี้วุ่นวายสับสน ชั่วขณะเป็นตอนเธอยังเด็ก ชั่วขณะเป็นช่วงปีที่ทั้งสองพึ่งพากัน
เธอยังฝันถึงคืนที่จั่วชิงฆ่าฟานเจิ้งตง ตอนนั้นเธอตื่นขึ้นมากลางดึกมาดื่มน้ำในห้องนั่งเล่น ประตูห้องนอนใหญ่ที่ปิดไม่สนิทมีแสงไฟสว่างจ้า บนพื้นเต็มไปด้วยเลือด
จั่วชิงสบตาเธอผ่านช่องประตู ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยน้ำตา
ฝันมาถึงตอนนี้ก็หยุดกึกลง ฟานอินสูดลมหายใจเย็นเฮือกตกใจตื่นจากฝัน ผิวกายมีเหงื่อบาง ๆ ซับอยู่
ในห้องมืดสนิท เธอใช้เวลาตั้งสติอยู่พักใหญ่จึงยื่นมือไปกดไฟหัวเตียง
ชั่วขณะที่แสงไฟสว่างขึ้น เธอล้วงมือถือมาดูเวลา คว้าเสื้อคลุมตัวหนึ่งสวมแล้วเปิดประตูออกไป
ตีสี่ครึ่ง ท้องฟ้ายังไม่สว่างเต็มที่ อยู่ในช่วงรอยต่อกลางวันกลางคืน มีทั้งแสงเงินแสงทอง และดวงดาวพร่างพราย
ฟานอินมือหนึ่งรวบเสื้อคลุมบนร่างให้กระชับ มือหนึ่งล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อคลุมเพื่อหยิบบุหรี่ ปลายนิ้วเพิ่งแตะถึงซองบุหรี่ ประตูห้องครัวก็ส่งเสียงลั่นดังเอี๊ยด จี้หวยโจวเดินออกมาจากด้านใน
ทั้งสองประสานสายตากัน ทุกสิ่งเงียบสงัด ชั่วขณะนั้นไม่มีใครเอ่ยปากพูด
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร จี้หวยโจวก้มหน้าใช้มือป้องลมจุดบุหรี่หนึ่งมวน เอ่ยเสียงแหบพร่าขึ้นก่อน “วันนี้คุณหาทางย้ายออกไปจากที่นี่ของผม”