จะไปยุ่งกับเขาไหมนะ
ฟานอินไม่ได้พูดอะไร
ตอนเธอหันหลังกลับ เธอพูดเบา ๆ ว่า “ไปส่งฉันที่บริษัท”
รถของเธอจอดทิ้งไว้ที่ร้านอาหารหยางซีเมื่อคืน ไม่ได้ขับกลับมา
เดิมทีตั้งใจจะไปเอารถตอนเช้านี้
ตอนนี้มีคนขับรถให้แบบไม่ต้องเสียค่าเหนื่อยอยู่ตรงหน้า ไม่ใช้ก็เสียดายแย่
ฟานอินเดินนำหน้าไป จี้หวยโจวเอามือทั้งสองข้างล้วงกระเป๋ากางเกงเดินตามหลังมาอย่างเกียจคร้าน
สายตาเขาจับจ้องอยู่ที่ปลายผมของเธอ จู่ ๆ ลูกกระเดือกก็เหมือนมีอะไรมาขัด
จากนั้นไม่นาน จี้หวยโจวก็ก้มลงมองพื้น
แทบจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในพริบตาเดียว เปลือกตาของจี้หวยโจวรู้สึกร้อนผ่าวจนทนแทบไม่ไหว
ทั้งสองคนเพิ่งจะเดินออกจากลานหน้าบ้านขึ้นรถ โทรศัพท์มือถือที่จี้หวยโจวล้วงไว้ในกระเป๋ากางเกงก็ดังขึ้นทันที
แผ่นหลังหนาของเขาเอนไปพิงเบาะ ยืดขายาว ๆ ออก หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู หน้าจอมีข้อความเด้งขึ้นมาว่า ฟานอินย้ายออกไปหรือยัง
เป็นฝางเจิ้ง เพื่อนสนิทของเขาที่ยังไม่ได้แต่งงาน
ก็คือคนที่ฟานอินไปถามหาข่าวเกี่ยวกับจี้หวยโจวก่อนหน้านี้นั่นแหละ
จี้หวยโจวพิมพ์ตอบกลับว่า ยัง
ฝางเจิ้ง ไม่ใช่แค่มาพักชั่วคราวเหรอ ให้ตายสิ หล่อนคงไม่ได้คิดจะอยู่นานจนไม่ยอมไปไหนแล้วใช่ไหม
จี้หวยโจวแตะลิ้นที่ฟันกรามด้านใน เปล่าหรอก
ฝางเจิ้ง ฉันจะเตือนนายไว้ก่อนนะ อย่าไปทำเรื่องโง่อีก ถ้าฉันรู้ว่านายกลับไปยุ่งกับหล่อนอีก ฉันจะบินไปถลกหนังนายแน่
จี้หวยโจวตอบกลับคลุมเครือ อืม
เห็นเขาตอบกลับมาแบบไม่มีชีวิตชีวา ฝางเจิ้งก็เลยคิดว่าเขาโดนฟานอินกวนอารมณ์มา
คิดดูก็แล้วกัน เมื่อก่อนรักกันได้ถึงเพียงนั้น สุดท้ายกลับต้องมาจบลงด้วยการไม่ข้องเกี่ยวกันไปจนตาย
