บทสนทนาสั้น ๆ สองประโยค ดึงความคิดของฟานอินให้ย้อนกลับไปหลายปีก่อน
ในห้องเล็ก ๆ ที่เป็นความลับนั่น เขากับเธอก็เป็นเช่นนี้
เธออยู่ข้างหน้า ทั้งน้ำตา
เขาอยู่ข้างหลัง มือใหญ่ข้างหนึ่งจับสองมือของเธอไว้เหนือศีรษะ อีกข้างรั้งเอวบางของเธอไว้
ทั้งรุนแรงทั้งเอาแต่ใจ แต่น้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยความรักใคร่เกินจะเอ่ย
"อินอิน"
"อินอิน บอกว่าคุณรักผม"
ความคิดฟานอินกำลังฟุ้งซ่าน จู่ ๆ จี้หวยโจวที่อยู่ข้างหลังก็ปรับท่านั่งแล้วเอ่ยขึ้นอีกครั้ง "พวกคุณที่ทำงานวิจัย มาที่ธรณีกันดารนี่ทำไมกัน"
ฟานอินสูดลมหายใจเย็น ตั้งสติได้ น้ำเสียงเย็นชา "ทำงานวิจัย"
คำตอบนี้เทียบได้กับฟังคำพูดแล้วเหมือนไม่ได้ฟังอะไรเลย
จี้หวยโจวยังคงหัวเราะเยาะต่อไป "คุณไม่ได้อยู่ที่เมืองหลวงหรอกหรือ ยังไงล่ะ ไปไม่รุ่งหรือ"
ฟานอินเม้มปากเงียบ
จี้หวยโจวสูงเกือบ 190 เซนติเมตร ร่างกายห่อหุ้มเธอไว้ในอ้อมอกอย่างมิดชิด แล้วพูดเย้ยหยันอีกว่า "แล้วแฟนคุณคนนั้นล่ะ เลิกกันแล้วหรือ เขาไม่ใช่ผู้บริหารบริษัทหรอกหรือ ทำไมยอมปล่อยให้คุณมาที่แบบนี้"
เมื่อเผชิญหน้ากับคำเสียดสีซ้ำแล้วซ้ำเล่าของจี้หวยโจว ฟานอินเลือกที่จะเงียบสนิท
เมื่อเห็นว่าเธอไม่ปริปาก จี้หวยโจวก็เหมือนต่อยลงบนก้อนสำลี ความอัดอั้นจุกอกอยู่ น้ำเสียงดุดัน "ฟานอิน..."
จี้หวยโจวเตรียมจะพูดคำหยาบคาย ฟานอินกลับหันมามองเขา น้ำเสียงแผ่วเบา "จี้หวยโจว คุณรู้ได้ยังไงว่าหลายปีมานี้ฉันอยู่ที่เมืองหลวง"
จี้หวยโจว "!!"
ประโยคเดียว กำจุดอ่อนของจี้หวยโจวไว้
ทั้งสองสบตากัน บรรยากาศเย็นยะเยือกถึงขีดสุด
...
การสนทนาครั้งแรกที่ทั้งสองพบกัน จบลงหลังจากหัวข้อนี้
ทำไมเขาถึงรู้ว่าเธออยู่ที่เมืองหลวง
ทั้งสองแยกทางกันมาหกปีแล้ว
ที่เขารู้ ก็ไม่ใช่เพราะเฝ้าดูเธอมาโดยตลอดหรอกหรือ
การเฝ้าดูนี้ ต่ำทราม มืดมน และยากจะเอื้อนเอ่ย
...
ในที่สุดรถก็จอดที่ลานกว้างแห่งหนึ่ง หมู่บ้านจัดงานเลี้ยงต้อนรับให้ฟานอินและคณะ
พวกเธอมาที่นี่ครั้งนี้ เพื่อวิจัยพัฒนาวัคซีน
ของสัตว์
ยุ่งยากมาก
ทั้งการคิดค้นวัคซีนใหม่ การปรับปรุงวัคซีนเก่า และการปรับกระบวนการผลิตวัคซีนให้เหมาะสม
เพราะจำเป็นต้องเริ่มจากการศึกษาลักษณะของเชื้อก่อโรคในสัตว์ จึงกำหนดพื้นที่ไว้ที่นี่
จริง ๆ แล้วโครงการนี้มีมาตลอด แต่ไม่เคยมีใครยอมมา
พื้นที่ห่างไกลเกินไป เรื่องต่าง ๆ ก็ไม่สะดวก
ล้วนเป็นพวกที่อยู่สูงและเคยชินกับความสะดวกสบาย
ต้องขอพูดตรง ๆ ว่า คนที่ยอมสละชีพเพื่อการงานนั้นมีอยู่ แต่ในสังคมปัจจุบัน คนส่วนใหญ่คือคนที่ชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสีย
มาที่นี่ภูเขาสูง ฮ่องเต้ไกล การเลื่อนตำแหน่งแทบไม่มีหวัง
ทำงานเหนื่อยแทบตาย ถ้ามีผลงานก็เป็นของเบื้องบน ถ้าไม่มีผลงานก็ต้องแบกรับความผิดเอง
ไม่มีใครอยากจะมายุ่งกับน้ำขุ่นนี้
เธอไม่มีทางเลือก
จำเป็นต้องมา
หลังจากลงจากรถ ฟานอินเดินเข้าไปข้างใน จี้หวยโจวมีสีหน้าเคร่งขรึม ถือกระเป๋าเดินทางของเธอเดินตามหลัง
ระหว่างนั้นมีหนุ่มน้อยสองคนเดินมาผลักจี้หวยโจวทีหนึ่ง ทำตาปรือตาหลิ่ว
"พี่โจว สุดยอดเลยนะ มีเสน่ห์นัก"
"เมื่อกี้พวกเราเห็นแล้วนะ คนเราก็ให้คนอื่นนั่งหลังได้แท้ ๆ แต่จงใจให้เขานั่งหน้า ยังกับอยู่ในอ้อมกอดเลย"
"ว่าไปแล้ว อาจารย์ที่มาคราวนี้ สาวคนนี้สวยสุดเลย"
"ขายาวเอวบาง ร่างบางอ่อนหวาน"
"ก็แค่ดูเย็นชาไปหน่อย ไม่ค่อยยิ้ม"
เมื่อได้ยินคำนี้ จี้หวยโจวก็ขมวดคิ้วหนา "หาเรื่องตายหรือไง"
หนุ่มน้อยสองคนนึกว่าเขาไม่พอใจที่มาล้อเล่นกัน เพราะปกติเขาไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิง แต่เขาทำตัวกันเองกับพวกเขาตลอด พวกเขาจึงไม่ค่อยกลัว หัวเราะพลางว่า "พี่จี้ ล้อเล่นหน่อยนะ"
หนุ่มอีกคนเสริม "ใช่ ๆ ใช่เลย"
อีกฟากหนึ่ง ฟานอินกับเพื่อนร่วมงานไม่กี่คนนั่งลงตามที่เลขาหมู่บ้านเชิญ
อาหารเต็มโต๊ะ เป็นเนื้อวัวเนื้อแกะเสียมาก มีผักส่วนน้อย เสริมด้วยชาจืดสูตรพิเศษและเหล้าน้ำนมม้า
ตอนแรกทุกคนยังเกร็ง ๆ อยู่ พอเหล้าไหลลงไปไม่กี่แก้ว ก็เริ่มปล่อยเต็มที่
เลขาหมู่บ้านเป็นตาเฒ่าอัธยาศัยดี แนะนำขนบธรรมเนียมท้องถิ่นให้พวกเธอ และขอบคุณพวกเธอไม่หยุด
"คราวนี้ต้องขอบคุณพวกคุณจริง ๆ นะ"
"หลังจากวิจัยสำเร็จ จะให้พวกเราใช้วัคซีนฟรี 5 ปี นี่ช่วยพวกเราประหยัดเงินไปได้เยอะเลย"
กินอิ่มหนำสำราญแล้ว เลขาหมู่บ้านจึงจัดที่พักให้พวกเธอ
ห้องทดลองของพวกเธอยังอยู่ในช่วงเตรียมการ ชั่วคราวต้องให้หมู่บ้านช่วยจัดการให้
คิดถึงเรื่องนี้ ฟานอินก็อยากจะหัวเราะออกมาอย่างไม่มีสาเหตุ
รีบไล่เธอจากไปถึงเพียงนี้ ยังสร้างไม่เสร็จเลย ก็ไล่เธอออกมา
เลขาหมู่บ้านถึงกับจัดเตรียมลานบ้านหนึ่งให้พวกเธออยู่โดยเฉพาะ
ลานบ้านไม่ใหญ่ แต่สะอาดเป็นระเบียบ
เพียงแต่...
มีเพียงสี่ห้อง...
ทีมของพวกเธอมีทั้งหมดเก้าคน
ตามอัตราสองคนต่อห้อง พอดีจะมีคนหนึ่งไม่มีที่พัก
เลขาหมู่บ้านมองสี่ห้องแล้วเกาหัวแกรก ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะทำเป็นเดินไปหาฟานอินอย่างใจเย็นแล้วพูดว่า "อาจารย์ฟาน คุณเป็นหัวหน้า มีการจัดการแยกต่างหากให้คุณ"
ฟานอินยิ้มตอบ รู้แต่ไม่พูด "ตามที่ท่านจัดการก็แล้วกัน"
แขกย่อมตามเจ้าบ้าน
เธอไม่อยากสร้างความยุ่งยากให้ใคร
ฟานอินพูดจบ เลขาหมู่บ้านก็กวักมือเรียกจี้หวยโจวที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ไม่ไกลกับพวกผู้ชายกลุ่มหนึ่ง
จี้หวยโจวขมวดคิ้วเดินเข้ามา "เลขาหลี่"
เลขาหมู่บ้านพูดยิ้มแย้ม "เสี่ยวจี้เอ๋ย ที่นายน่ะมีบ้านว่างไม่ใช่หรือ ให้อาจารย์ฟานไปพักด้วยสิ"