เสียงของฉู่ซิงหลินที่สะดุดล้มทำให้เหล่าสัตว์กลายพันธุ์ที่กำลังหาอยู่สะดุ้งตกใจ
เขายังไม่ได้ทันคิดว่าเหตุใดตนถึงมีหนวด แต่ก็รีบวิ่งเข้าพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทันที
ทว่าเพิ่งจะลุกขึ้นได้ไม่กี่ก้าว เขาก็ถูกหนวดพวกนั้นสะดุดล้มลงไปอีกครั้ง
ฉู่ซิงหลินได้กลิ่นคาวเลือดจากสัตว์กลายพันธุ์แล้ว เขากัดฟัน อุ้มหนวดที่โผล่มากะทันหันเหล่านั้นขึ้นมา น้ำตาไหลพรากวิ่งเข้าพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ!
ป๊า ม้า ย่า ตา ปู่ ย่า พี่ชาย!
ฮือๆๆ ช่วยด้วย!
ตายแน่ๆ เลย!
เขาอุ้มหนวดจำนวนมาก รีบวิ่งหนีให้ห่างจากสัตว์กลายพันธุ์ด้านหลัง เข้าไปในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ แล้วกดปุ่มปิดประตู กักสัตว์กลายพันธุ์ทั้งหมดไว้ข้างนอก
รอดตายมาได้อย่างเฉียดฉิว ฉู่ซิงหลินถอนหายใจอย่างโล่งอก ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น หนวดที่อุ้มอยู่ในอ้อมแขนหล่นลงกับพื้นตามไปด้วย
ถึงตอนนี้ฉู่ซิงหลินถึงมีสมาธิมองไปรอบๆพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ
พลังงานสุดท้ายของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำถูกเขาใช้ไปกับปุ่มปิดประตูแล้ว ตอนนี้ไฟดับสนิท ประตูหนาทึบก็บังแสงแดดจากภายนอกเอาไว้
ตรงหน้าของฉู่ซิงหลินคือกำแพงกระจกขนาดยักษ์ ภายในกำแพงกระจกนั้นคือน้ำทะเลสีฟ้าใสสะอาด ปลาเรืองแสงฝูงหนึ่งว่ายไปมาอย่างสบายใจในโลกสีครามอันมืดมิดนี้ แสงเรืองรองจางๆ ที่เปล่งออกมาจากตัวพวกมันแทนที่แสงแดดและแสงไฟ สะท้อนให้เห็นประกายระยิบระยับของผืนน้ำ
เสียงเพลงวาฬทอดยาวอันทุ้มลึกดังขึ้น วาฬมายา สีน้ำเงินเข้มตัวหนึ่งปรากฏตัวอย่างกะทันหันภายในกำแพงกระจก
มันร้องเพลงแผ่วเบา กางครีบออก ฝูงปลาเรืองแสงว่ายวนรอบๆมัน แสงเรืองรองจางๆสานเข้ากับแสงสีน้ำเงินของวาฬ ส่องสว่างไปทั่วร่างหญิงสาวที่ยืนหยุดอยู่หน้ากำแพงกระจก
