เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง
"เข้ามา"
ลั่วซูก้าวเข้าไปในห้องด้วยใจที่เต็มไปด้วยความกังวล
เขากำลังทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ต่างจากเมื่อเช้านี้ตรงที่เขาถอดสูทออกแล้ว เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีดำที่ยังปลดกระดุมสองเม็ด เนคไทถูกเหวี่ยงไปข้างหนึ่ง
มองเห็นรอยแดงที่คอของเขาจากเมื่อคืนได้ราง ๆ...
เขานั่งเอนกายบนเก้าอี้ทำงาน ให้ความรู้สึกกร้านโลก ขี้เกียจ และแสร้งสุภาพ
เธอค่อย ๆ เดินเข้าไป เสิ่นเหยียนเดินตามหลังมาและปิดประตูให้ตามสบาย
"ปัง"
เสียงประตูเบามาก แต่กลับดังกึกก้องในหูของลั่วซู
"ประธานอวี้ ท่านเรียกฉันหรือคะ"
"อืม" อวี้จ้านเหลือบมองเธอที่ยืนอยู่หน้าประตู ก่อนจะกลับไปสนใจหน้าจอคอมพิวเตอร์อีกครั้ง
ความเงียบเข้าปกคลุม——
เพียงแค่นาทีเดียว กลับรู้สึกเหมือนผ่านไปเป็นปี
เขาลุกขึ้นยืนและเดินเข้ามาหาเธอ
ต้องยอมรับว่าเขาคือมาตรฐานของแฟนหนุ่มในสายตาสาว ๆ นับหมื่นนับแสน
รูปหน้าคมชัด ใบหน้างดงาม ดั้งจมูกสูง ริมฝีปากบางสีแดงก่ำ ดวงตาราวกับเมล็ดแอปริคอตแฝงเสน่ห์ดูราวหงส์ ถึงขั้นที่ลั่วซูเองยังอดที่จะมองเขาอีกสองสามครั้งไม่ได้
เมื่อยืนข้างเขา ศีรษะของเธอแทบจะอยู่แค่ระดับคางของเขาเท่านั้น
รูปร่างของเขายอดเยี่ยม ลั่วซูไม่กล้าปฏิเสธ เพราะเมื่อคืนในห้องน้ำ มือน้อย ๆ อันยุ่งเหยิงของเธอสัมผัสมากที่สุดก็คือกล้ามหน้าท้องที่เป็นมัด ๆ แบ่งสัดส่วนชัดเจนของเขา...
บาปแล้ว คิดถึงเรื่องน่าอายพวกนั้นขึ้นมาอีกแล้ว
"ประธานอวี้มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ"
ภายนอกเธอสงบนิ่ง พูดจาฉะฉาน อดทนอดกลั้นได้สูง แต่ภายในใจกลับโกลาหลวุ่นวายตั้งแต่แรก
"นั่งสิ" เขาเลี้ยวเดินไปนั่งที่โซฟา
ลั่วซูเดินตามไปนั่งลงในจุดที่ห่างจากเขาราวสองเมตร
"นั่งมาทางนี้" เขาตบเบา ๆ ตรงที่ข้างตัว
ลั่วซูลังเลไปสองวินาทีก่อนจะลุกขึ้นนั่งไปตรงนั้น
อวี้จ้านจ้องมองเธออย่างลืมตัว
ลั่วซูกำมือทั้งสองข้างประสานกันแน่นด้วยความตื่นเต้น
"ยังเจ็บอยู่ไหม" เขาถาม
"..." ลั่วซูอึ้งไป ก่อนจะส่ายหน้า
ไอ้ผู้ชายจะตายนี่จะมาย้อนความกันหรือไง
"คิดยังไงบ้าง"
ลั่วซูชำเลืองมองเขา เห็นกระดูกไหปลาร้าที่สมบูรณ์แบบ และรอยจูบที่ยังเห็นจาง ๆ บนคอของเขา...
"ขอโทษนะคะประธานอวี้ เมื่อคืนฉันดื่มมากเกินไป ไม่รู้จริง ๆ ว่าจะทำเรื่องบ้าบอคอแตกกับคุณแบบนั้น..."
"ไม่ต้องพูดขอโทษ" เขานั่งตัวตรง ขัดจังหวะเธอ ก่อนจะเอนหลังพิงโซฟา มองด้านข้างใบหน้าที่สวยงามของเธอ
"เมื่อคืนผมเป็นฝ่ายเริ่มเอง" เขาตอบเนิบ ๆ ว่า "คุณเมาแล้วจูบผม หลังจากนั้นเป็นผมทำเองทั้งนั้น"
"อย่าพูดเลยนะคะ——" เธอรู้สึกว่าขายหน้าพอแล้ว ยังจะต้องมาขายหน้าซ้ำสองต่อหน้าอีกหรือ
"เราเป็นผู้ใหญ่แล้ว เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นแล้วก็แล้วไป ทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็พอ" ใบหน้าของเธอแดงราวกับถูกทาด้วยชาด
"จะให้ผมเป็นเป็ดหรือไง"
ท่าทางเย็นเยือกของอวี้จ้านเหมือนกำลังจะซ้อมทรมานลั่วซูอย่างไรอย่างนั้น
"คุณเข้าใจผิดแล้ว" หูทั้งสองข้างของลั่วซูแดงก่ำ
เขาต้องการอะไรกันแน่ ต้องการพัฒนาความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสมหรือไง
ดูจากท่าทางสุภาพบุรุษของเขาเมื่อเช้านี้ก็ไม่น่าจะเป็นนะ!
"ลองมาเป็นคุณนายอวี้ดูไหม"
"หือ" ลั่วซูนึกว่าหูตัวเองแว่วไป!
ทั้งสองสบตากัน สายตาประสานพันกัน
อ่านความคิดในแววตาเขาไม่ออก
"เมื่อคืนไม่ได้ป้องกัน ถ้ามีก็คลอด ไม่มีผมก็จะรับผิดชอบคุณ"
เขาพูดเรียบ ๆ ราวกับกำลังเล่าเรื่องที่ไม่สะเทือนอารมณ์อะไร
ลั่วซูนิ่งเงียบ ตอนนี้เธอมีเหตุผลมากกว่าตอนไหน ๆ
อวี้จ้านเกิดในครอบครัวที่เปี่ยมด้วยวัฒนธรรมพื้นฐาน การอบรมตระกูลไม่ต้องพูดถึงเลยทีเดียว เขาคงจะเป็นผู้ชายหัวโบราณ ไม่อย่างนั้นคงไม่โสดมาถึงยี่สิบแปดปีโดยไม่มีแฟน
ตอนนี้พลาดเสียตัวไปแล้ว ภายในใจคงผ่านด่านศีลธรรมนั่นไม่ได้
ลั่วซูไม่กล้าสูงเกินไป เพราะเธอรู้ฐานะครอบครัวตัวเองดี
เธอเป็นลูกนอกสมรสของแม่กับนักธุรกิจคนหนึ่ง ส่วนเป็นใครนั้นไม่รู้ เธอทนคำนินทาว่าร้ายมาตั้งแต่เด็ก ถ้าต้องมาเกี่ยวพันกับคนสะอาด ๆ อย่างอวี้จ้าน มันก็เท่ากับถ่วงเขาโดยไม่ต้องสงสัย
และอีกอย่าง ด้วยความเจ็บปวดที่ฉินเหิงก่อไว้ เธอเองก็ไม่สามารถเปิดใจรับใครใหม่ในเร็ววันนี้
"ขอโทษนะคะประธานอวี้ ฉันไม่ได้มีเจตนาอย่างอื่น ยาวันนี้เช้านี้ฉันกินไปแล้ว คุณอย่าได้เก็บมาใส่ใจเลย ฉันไม่อยากเป็นคุณนายอวี้หรอกค่ะ ในเมื่อคุณรู้สึกว่าเมื่อคืนคุณทำผิดต่อฉัน ตัวฉันผู้เป็นคู่กรณีไม่ถือสาก็ถือว่าแล้วกัน ต่อไปอย่าพูดถึงเรื่องนี้อีกเลย"
แววตาของอวี้จ้านหม่นลง ดวงตาดำสนิทภายใต้แว่นไร้กรอบนั้นลึกล้ำจนหยั่งไม่ถึง
ลั่วซูพูดรวดเดียวจบ หันหลังจะเดินออกจากห้องประธาน
"เดี๋ยวก่อน" เขาค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน มีชั่วขณะหนึ่งที่เขาถูกคำพูดของลั่วซูสะกดไว้
เขาเป็นนักธุรกิจใหญ่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเมืองเอ มีสตรีมากมายนับไม่ถ้วนที่พยายามเข้าใกล้ตัวเขา แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งปฏิเสธเขา
ลั่วซูถอนหายใจยาว ๆ หันขวับ มองผู้ชายตรงหน้า
"ประธานอวี้มีอะไรจะสั่งอีกไหมคะ"
"แอดวีแชท"
เขาแสดงสีหน้าสงบ ยื่น QR Code ในโทรศัพท์มาให้
"..."
"เดือนหน้าแฟชั่นวีค S Country บริษัทวางแผนจะส่งคุณกับผอ.หนานไป ถ้าไม่อยากไปก็ถือว่าผมไม่ได้พูด"
"อีกเรื่อง" เขาเสริม "คำถามเมื่อกี้ไม่ต้องรีบตอบ ผมให้เวลาคุณพิจารณา"
หึ! พ่อค้าชัด ๆ!
พูดไม่กี่คำก็ผลักลั่วซูไปในทิศทางที่เขาชี้
แฟชั่นวีคของ S Country ไม่ใช่ใครก็ไปได้ โอกาสนี้จะปล่อยให้หลุดมือไม่ได้
ยังไงก็ไม่เสียหาย
เธอยื่นโทรศัพท์ออกไป แอดวีแชทเขา
ส่วนคำถามข้อหลัง ช่างมันเถอะ
——
กลับมาถึงโต๊ะทำงาน เย่ลี่ขาเมาท์ประจำก็กระแซะเข้ามา
"เป็นไงบ้าง ห้องประธานหรูหราอลังการมากใช่ไหม"
ว่ากันตามตรง เธอไม่ได้มองอะไรมากนักเลย ถูกอวี้จ้านลากไปตามจังหวะของปัญหาที่เฉียบขาดเด็ดขาดของเขาตลอด
"รู้ได้ด้วยใจ บอกเป็นคำพูดไม่ได้หรอก คราวหน้าฉันจะขอช่วย เธอจะได้ไปชมกับตาเอง" ลั่วซูเม้มปาก ขยิบตาให้เธออย่างซุกซน
"ฉันเกือบตายแน่ะ นึกว่าเธอจะถูกหามออกมา" เธอพูดพลางเทียบข้อมูลในคอมพิวเตอร์พลาง ชายตามอง
"อาจารย์ลั่ว!" หนานหวยวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยความตื่นเต้น
ทุกคนพากันมองมาทางเขา ท่าทางดีใจเกินเหตุของเขาดึงดูดสายตาคนทั้งแผนก
"ผอ.หนาน" ลั่วซูรีบลุกขึ้นยืน
เมื่อคืนถูกอวี้จ้านมองลงมาจากที่สูง บีบคางถามว่าชอบหรือเปล่า ตอนนี้เธอเกิดความหวาดกลัวต่อความรู้สึกถูกยกสูงแบบนั้นแล้ว
"ข้างบนส่งเอกสารมา โควตาไปแฟชั่นวีค S Country เธอกับผมอยู่ในนั้นด้วย!"
"ฉันรู้แล้วค่ะ" ลั่วซูไม่ได้รู้สึกตกใจอะไรกับเรื่องนี้
ก็เพราะในบริษัทมีคนเก่าอยู่ตั้งมากมาย สำหรับเธอที่เพิ่งเข้าทำงานได้ปีเดียว หลังจากนี้จะต้องกลายเป็นเป้าสายตาของคนทั้งหลายแน่
อวี้จ้านคงจะให้โควตานี้เพื่อชดเชยความผิดพลาดเมื่อคืนกระมัง
ข่าวออกมาทั้งแผนกก็เดือดพล่าน บางคนดีใจ บางคนเศร้าใจ พวกเด็กใหม่ยิ่งมีแรงฮึด
แต่คนเก่าในบริษัทกลับรู้สึกไม่ยุติธรรม พวกเขาทำงานมานานขนาดนี้ บางคนยังไม่เคยไปแม้แต่งานแฟชั่นวีคในเมืองเลยด้วยซ้ำ ไม่ต้องพูดถึงแฟชั่นวีคต่างประเทศ
ลั่วซูไม่สนใจ ตั้งหน้าตั้งตาทำงานของตัวเองอย่างสงบเสงี่ยม
【 ซูเอ๋อร์ เย็นนี้ว่างไหม ไปดูหนังกันไหม 】ข้อความจากฉินเหิง
ลั่วซูเม้มปาก คนมันหน้าด้านก็ไร้เทียมทานจริง ๆ ด้านหนึ่งก็เอาใจเมียน้อย อีกด้านก็มาทำดีกับเมีย
【 ได้สิ! 】
เธอแคปหน้าจอ กะจะโพสต์เฟรนด์ลิสต์ ตั้งค่าให้เฉพาะเหลียวเสียนเพื่อนซี้เห็น พร้อมเขียนข้อความว่า ห้าปีเหมือนวันเดียว
ไม่นาน เหลียวเสียนผู้ร้อนรนก็รีบส่งข้อความมาถาม
"ที่รัก เย็นนี้ฉันกับเพื่อนก็จะไปดูหนังเหมือนกัน เธอดูเรื่องอะไร กี่โมงเหรอ"
เฮ้อ——
ทุ่มเทขนาดนี้ ไม่สร้างอนุสรณ์ให้หน่อยก็นับว่าทำเกินไปแล้วจริง ๆ
ลั่วซูไม่ตอบกลับ กดปิดหน้าจอไปดื้อ ๆ