【ระบบเอ๊ย จับรางวัลเลย! ลงทุนหมดตัว!】
หยิ่งซูจ้องมองวงล้อหมุน ในมือนางมีเหรียญทองอยู่ 40 เหรียญ จับรางวัลได้ 4 ครั้ง ที่ดีที่สุดคือตอนนี้ต้องได้ยาระบายที่ไร้สีไร้กลิ่นออกมา
【เสียงดังกังวาน ขอแสดงความยินดีแก่ผู้ครองระบบ ได้รับลมหายใจสามครั้ง และยาระบายไร้สีไร้กลิ่นหนึ่งห่อ】
หยิ่งซู “??? ”
นางมีเหตุผลพอที่จะสงสัยว่าระบบหลอกนาง บีบห่อยาเม็ดเล็ก ๆ ในมือ ช่างมันเถอะ ของได้มาถึงมือแล้ว ไม่เถียงกับระบบชราตัวนั้นก่อน
“ของให้เจ้า ถ้าให้ข้ารู้ว่าเจ้าแสร้งทำตามแต่ใจจริงคิดอื่น ฮะ ฮะ ฮะ จุดจบของเจ้า เจ้าก็รู้อยู่แล้ว” หยิ่งซูหรี่ตามองหูไฮ พร้อมวางมือลงบนบ่าของมัน
หลายปีที่ต้องก้มหัวให้อำนาจของหยิ่งซู ทำให้หูไฮเกิดสัญชาตญาณสะท้อน พยักหน้าเร็วยิ่งกว่าผู้ใด
หูไฮสะดุดล้มพลันวิ่งออกไปตามท่านอาจารย์ มือถือถ้วยสุรา
“ท่า..ท่านอาจารย์ โปรดอย่าทรงพิโรธ ข้าน้อยมาขอโทษแทนองค์ชายสิบเก้า”
ข่งเฟิงก้มมองหูไฮด้วยแววตาถ่องแท้ องค์ชายที่พระเจ้าแผ่นดินทรงโปรดปรานที่สุดคนหนึ่ง ยังนับว่าเข้าใจขนบประเพณี เขารับถ้วยชาจากมือหูไฮดื่มจนหมดในคำเดียว
“องค์ชายสิบแปดมิต้องทำเช่นนี้ แม้ทุกพระองค์ล้วนเป็นโอรสของฝ่าบาท แต่องค์ชายสิบเก้ายังห่างไกลนักเมื่อเทียบกับองค์ชายสิบแปด เมื่อฝ่าบาทเสด็จคืน ข้าจะเข้าเฝ้าถวายรายงานเรื่องราวในวันนี้ทุกประการ
องค์ชายสิบแปดทรงเมตตา กตัญญูยิ่งนัก”
หูไฮถูกชมจนรู้สึกผิดจนใจคอไม่ดี เอ่ยสองสามประโยคเพื่อเกาะกุมใจแล้วรีบหนีไป หากปล่อยให้ท่านอาจารย์ท้องไม่พอใจในเวลาต่อมาแล้วสงสัยถึงตน ต่อให้จมแม่น้ำก็คงล้างไม่สะอาด
ไม่นานนัก ใบหน้าของข่งเฟิงเปลี่ยนสีทีละน้อย เม็ดเหงื่าไหลหยดแล้วหยดเล่า “ปร๊าด ปร๊าด” เสียงเหมือนน้ำซุปท่วมหม้อดังขึ้น อาจารย์คนอื่นต่างแปลกใจ
“ท่านข่งบัณฑิต พระวรกายไม่สุขสบายหรือพะยะค่ะ”
“อุ๊ก อุ๊ก อุ๊ก กลิ่นชั่งใด รีบออกไปเถอะ”
ข่งเฟิงหน้าบึ้งตึงวิ่งเร่งรุดออกไป รอยเปื้อนสีเหลืองบนกางเกงขยายออกช้า ๆ บริเวณก้น
“เข้าไปเลย เสี่ยวลี่ ถอนไม้กั้นออกหรือยัง!”
“ถอนแล้ว อุ๊ก อุ๊ก อุ๊ก” หวังลี่ลากหลี่อี้ ทั้งสองเอามือหุ้มจมูกปาก น่าสมเพชรไร้ที่พึ่ง งานสกปรกแบบนี้ทำไมต้องเป็นพวกเขา?
ภาพในความทรงจำผุดขึ้น หยิ่งซูตบบ่าทั้งสองคน ในฐานะลูกน้องที่หนึ่งและสองของนาง เรื่องสำคัญเช่นนี้ มอบให้ใครนางก็ไม่วางใจ มอบให้ทั้งสองเท่านั้นนางจึงวางใจได้!
ทั้งสองถูกมนต์สลายคำว่าลูกน้องที่หนึ่งและสองหลอกจนตอบตกลงโดยไม่กระพริบตา
เพิ่งมาถึงห้องส้วม ข่งเฟิงรีบร้อนแกะเสื้อผ้าเตรียมขับถ่าย “ผุม!” เสียงระเบิดดังสนั่น
ของเหลวสีเหลืองขาวพุ่งกระจายเต็มท้องฟ้า ตกลงที่ศีรษะและใบหน้าของเขาทั้งหมด ไม่มีส่วนใดของร่างกายรอดพ้น ข่งเฟิงหยุดค้าง เวลาเพียงเท่านี้ก็ไม่ต้องแก้เสื้อผ้าเข้าส้วมอีกต่อไป
เพราะ ทั้งตัวหลุดยายหมดแล้ว~
มีก้อนหินเล็ก ๆ อีกหลายก้อนพุ่งเข้าโจมตีขาทั้งสองของข่งเฟิงด้วยมุมที่แม่นยำ ในฐานะนักปราชญ์ร่างบางผู้ดูหมิ่นนักรบ ข่งเฟิงไม่มีวิชาต่อสู้แม้แต่น้อย เอนหลังล้มลงโครมครามลงไปในบ่ออุจจาระพอดีตัว
“ช่วยด้วย~”
“กุ๊ก กุ๊ก กุ๊ก~”
“อุ๊ก อุ๊ก อุ๊ก~”
“กุ๊ก กุ๊ก กุ๊ก~”
มือทั้งสองโบกว่ายในบ่อ เปิดปากกว้างร้องขอความช่วยเหลือ มูตรก็จะเข้าปาก อาเจียน มูตรก็จะเข้าปาก จะร้องขอชีวิตก็ไม่ได้ จะอาเจียนก็ไม่ได้
จะอับอายขายหน้าต่อหน้าไพร่พัน หรือจะจมดับลงด้วยมูตร ข่งเฟิงเลือกอับอายขายหน้า
ขณะที่ข่งเฟิงกำลังว่ายอย่างรื่นรมย์ ที่สุดก็มีคนได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของเขา
บัณฑิตฉินตกตะลึงมองข่งเฟิงที่กำลังว่ายในบ่อมูตร ความคิดที่จะเข้าส้วมมลายหายสิ้น ปากพ่นของสีเหลืองขาวออกมาไม่หยุด
ไม่เคยได้ยินว่าท่านข่งบัณฑิตชอบรับประทานของสีเหลืองขาว? ยังชอบลงว่ายในนั้นอีกด้วยหรือ?
ท่านข่งบัณฑิต “ก็แล้วแต่เถอะ คนที่ไม่รักกัน กระทั่งเสียงร้องขอชีวิตยังถูกมองเป็นรสนิยมของเจ้า”
แม้เพื่อนร่วมราชการจะมีความชอบส่วนตัวที่ประหลาดสักหน่อย แต่เขาก็จะไม่รังเกียจท่านข่งบัณฑิต
“ท่านข่งบัณฑิต โปรดรับประทานตามสบาย โปรดว่ายตามสบาย ข้าน้อยจะถือว่าไม่เห็นทุกสิ่ง ข้าน้อยรับประกันว่าเรื่องวันนี้จะมีเพียงสวรรค์และแผ่นดิน ท่านและข้าน้อยเท่านั้นที่รู้ จะไม่มีผู้อื่นล่วงรู้เด็ดขาด”
“ดึงข้าขึ้น! กุ๊ก~ ขึ้นไป! กุ๊ก~ เร็วเข้า! กุ๊ก~”
“สวรรค์เอ๋ย~ แท้ที่จริงแล้วตกลงไปในบ่อมูตรหรือ?” น้ำเสียงของบัณฑิตฉินยังแฝงความเสียดาย ก็แล้วที่ไม่ใช่ความชอบส่วนตัว เขายังคิดว่าท่านข่งบัณฑิตนิสัยชอบรับประทานเช่นนี้แต่กำเนิด
“ท่านข่งบัณฑิต ข้าน้อยคนเดียวดึงไม่ไหว ท่านวางใจเถอะ ข้าน้อยจะเร่งไปตามคนมาช่วย” ว่าจบไม่หยุดยั้งแม้แต่ก้าวเดียว หันหลังวิ่งเร่งรุดไปทันที จนกระทั่งมือที่พยายามเรียกไว้ของข่งเฟิงก็ไม่เห็น
“หูไฮ หวังลี่ หลี่อี้ ทำได้เยี่ยม! ทีนี้พวกเราอาจช่วยเปิดโลกใหม่ให้ท่านอาจารย์ข่ง! เช่น ชอบกินขี้!”
“อุ๊ก!”
หยิ่งซูยืนห่างจากหูไฮไกล ก้อนหินเมื่อครู่คือหูไฮที่ขว้างลงไป อนิจการดีที่มันกระเซ็นถูกชายเสื้อของนางเล็กน้อย จึงถูกทุกคนรังเกียจให้ห่างออกไป
“พี่ใหญ่สมเป็นพี่ใหญ่จริง ๆ! ยอดเยี่ยม! อุบายนี้คนธรรมดาคิดไม่ถึงหากคิดได้ก็ทำไม่ลง มีเพียงพี่ใหญ่ผู้จองเบิ้มเจ้าเล่ห์ไร้ยางอายผู้นี้เท่านั้นที่ทำได้”
หยิ่งซู “??? ”
ข้าสงสัยว่าเจ้ากำลังเหน็บแนมข้า? แต่ใบหน้าจริงจังพร้อมแววพิศวงนั่นเป็นเรื่องอะไรกัน?
เพียงเวลาหนึ่งชั่วยาม รอบบ่อมูตรก็มีผู้คนมาชุมนุมกันมากมาย อาจารย์ทั้งหลาย ทหารองครักษ์ และอื่น ๆ ยืนมองท่านอาจารย์ข่งที่กำลังกินมูตรอยู่ในบ่อ ช่างหาจุดลงมือช่วยมิได้เลย!
พวกเขาถือไม้พลองยาวยืดยาวออกมา ก็ทำได้เพียงให้ท่านอาจารย์ปีนขึ้นมาเอง เพราะเถียงแล้ว ใครกันอยากช่วยร่างมนุษย์ที่คลุกเคล้ากับมูตรล่ะ!
ท่านอาจารย์ข่งปีนออกจากบ่อมูตร มองท่าทางรังเกียจหลบหนีของผู้คน จนแหลกลาญสิ้นหวัง ดูเหมือนจะได้ยินเสียงกระซิบของปีศาจว่า “ใช่แล้ว เขาคือท่านอาจารย์ข่งเฟิงผู้ชอบกินขี้นั่นเองหรือ?”
ท่านอาจารย์ข่งที่ทานทนสายตาของผู้คนไม่ไหวอีกต่อไป โมโหจนหมดสติล้มลงกับพื้น
ท่านอาจารย์ข่งไม่มีวันตระหนักว่าการเป็นลมครั้งนี้ได้เผยแพร่ชื่อเสียงผู้ชอบกินขี้ของเขาไปทั่วทั้งเมืองเซียนหยางอย่างถึงที่สุด!
วันเดียวกันนั้นท่านอาจารย์ข่งถูกยกกลับคฤหาสน์ด้วยแผ่นไม้ พาเหรดอลังการจากพระราชวังเซียนหยาง เพียงเวลาหนึ่งบ่ายก็ทั่วทั้งเมืองเซียนหยางรู้ว่าตระกูลข่งมีผู้ชอบรับประทานของสีเหลืองขาว
【เสียงดังกังวาน ขอแสดงความยินดีแก่ผู้ครองระบบ ได้รับเหรียญทองที่ระเบิดจากระบบชราข่ง 30 เหรียญ ขอให้ผู้ครองระบบเพียรต่อไป!】
อาจารย์ทั้งหลายไม่ต้องคิดก็โยนความผิดทั้งหมดให้หยิ่งซู แม้ไม่ใช่ฝีมือนางก็หนีไม่พ้นเกี่ยวข้องกับองค์ชายสิบเก้า
นี่แหละ คือชื่อเสียง!
อาจารย์คนใดจะกล้าสอนอีก กลัวว่าอีกวินาทีข่าวว่าตนชอบรับประทานของสีเหลืองขาวจะแพร่ไปทั่วเมืองเซียนหยาง
อาจารย์ทั้งหลายที่ถือ “ธรรมเนียม” เป็นใหญ่มาแต่ไหนแต่ไร ไม่เคยพบอุบายต่ำช้าน่ารังเกียจเช่นนี้มาก่อน ยิ่งกว่านั้นคือป้องกันกันยากยิ่ง!
“ได้ยินว่าท่านอาจารย์ข่งอาบน้ำถึง 20 ครั้งในคฤหาสน์ แต่ยังได้ยินกลิ่นเหม็นอาบอยู่เนือง ๆ”
“องค์ชายสิบเก้าทรงเป็นผู้วิเศษจริง! คราวฝ่าบาทเสด็จคืน คงหนีบทลงโทษไม่พ้นอีกครา”
“เชย! เจ้าคิดว่าองค์ชายสิบเก้ากลัวหรือ? นับแต่องค์หญิงซูเริ่มเดินได้ก็สร้างเรื่องเป็นว่าเล่น โทษที่นางได้รับยังมากกว่าเกลือที่พวกเรากินอีก”
บัณฑิตทั้งหลายแสดงความเห็นกันระงม แต่ต่างกลัวว่าฝ่าบาทจะเรียกชื่อตนเป็นคนต่อไปไปสอนหยิ่งซู
ยั่วโมโหจักรพรรดิผู้ปฐม ยังมีชีวิตอยู่ได้ ไปสอนองค์หญิงซู คือไม่ต้องการมีชีวิตอยู่
——
“ท่านทั้งหลาย ฝ่าบาทเสด็จคืนพระนครแล้ว!”
บัณฑิตทั้งหลายที่ถูกทรมานมานักปีติยินดียิ่งนัก ไม่เคยมีชั่วขณะใดที่ใคร่รีบประสงค์จะเข้าเฝ้าฝ่าบาทเช่นเวลานี้ ไม่เคยมีชั่วขณะใดที่เห็นว่าฝ่าบาททรงเป็นมหาราชที่สวรรค์ประทานมาเช่นเวลานี้!
ต่างคนต่างเยียบย้ำฝ่ามือเตรียมเนื้อหาฟ้องราชงานพร้อมมูล จักรพรรดิผู้ปฐมเพิ่งประทับนั่งได้ ก็ประสบบัณฑิตเหล่านั้นทั้งกลุ่ม
ฝ่าบาทเสด็จกลับมาเสียที ดาวอาถรรพ์ตนนี้ในที่สุดก็มีผู้ควบคุมเสียที! ชีวิตในที่สุดก็รอดพ้นไปได้
ผู้คนทั้งกลุ่มเดินเร่งรุดเข้าสู่หอพระอักษร ต่างคนต่างน้ำตาน้ำมูกไหลพรากเริ่มฟ้องราชงานกันถ้วนหน้า
