บทที่ 9 ศึกชิงดีของพี่น้อง
หลี่เจาขมวดคิ้วเล็กน้อย ไล่ถามว่า “เหตุใดท่านอาเล็กจึงตกน้ำไปได้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังดี ๆ อยู่? แล้วคนข้างกายเล่า?”
ไทเฮาทอดถอนใจ ก่อนเล่าเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบที่จ้าวอันเพิ่งกล่าวไปให้ฟังอีกครั้ง
เมื่อหลี่เจาฟังจบ ก็ยิ้มบาง ๆ “คุณหนูชุยผู้นี้นับว่ากล้าหาญและมีไหวพริบไม่น้อย”
หลี่หานยืนอยู่ด้านข้าง พยักหน้าเล็กน้อย ใบหน้าประดับรอยยิ้มอ่อนโยนอันเป็นปกติ ก่อนเอ่ยว่า “อยู่ในสถานการณ์เช่นนั้นยังไม่ตื่นตระหนก ทั้งร้องขอความช่วยเหลือก่อนแล้วจึงลงมือช่วยเหลือ นับว่าหาได้ยากจริง ๆ”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง คล้ายกำลังพิจารณาถ้อยคำ
ฮ่องเต้ยกถ้วยชาขึ้นจิบ สายตากวาดผ่านเด็กทั้งสอง แล้วตรัสว่า
“ในเมื่อพวกเจ้ามากันแล้ว เราอยากฟังความเห็นของพวกเจ้า”
หลี่เจากับหลี่หานชะงักไปพร้อมกัน ก่อนสบตากันแวบหนึ่ง
ฮ่องเต้วางถ้วยชา น้ำเสียงราบเรียบ “เมื่อครู่เสด็จย่าของพวกเจ้าตรัสว่า คุณหนูตระกูลชุยช่วยชีวิตเหลียงอ๋องไว้ จึงประสงค์จะกำหนดการสมรส พวกเจ้าสองคนเห็นว่าอย่างไร?”
ภายในตำหนักเงียบงันไปชั่วขณะ
หลี่เจาเอ่ยขึ้นก่อน น้ำเสียงเย็นใสราวหยกกระทบกัน “หม่อมฉันเห็นว่าคุณหนูชุยสมควรแต่งเป็นพระชายาเอก”
ฮ่องเต้เลิกพระขนง “จงบอกเหตุผลมา”
หลี่เจายืดกายตรง กล่าวอย่างมีลำดับชัดเจน “ประการแรก คุณหนูชุยมีบุญคุณช่วยชีวิตท่านอาเล็ก การตอบแทนบุญคุณย่อมไม่มีสิ่งใดประเสริฐไปกว่าการตอบแทนอย่างสมเกียรติ ท่านอาเล็กเป็นพระอนุชาร่วมพระบิดาของเสด็จพ่อ มีฐานะสูงส่งดุจทองหมื่นชั่ง ราชวงศ์ปฏิบัติต่อนางด้วยพิธีสมเกียรติพระชายาเอก มิใช่เพียงพระราชทานรางวัลตามธรรมดา ก็เพื่อประกาศแก่ใต้หล้าว่าราชวงศ์ให้ความสำคัญกับคุณธรรมและการตอบแทนบุญคุณเป็นที่สุด การปฏิบัติต่อผู้มีพระคุณอย่างสมเกียรติเช่นนี้ จึงจะแสดงให้เห็นถึงพระเมตตาอันแผ่ไพศาลของราชวงศ์เรา”
