หลังมื้ออาหาร หลี่เมิ่งใช้โทรศัพท์จัดรายการของที่ต้องซื้อ บ้านใหม่เป็นห้องตกแต่งครบ มีทั้งโซฟา โต๊ะกลาง โต๊ะอาหาร ตู้เย็น และเครื่องซักผ้า แต่เครื่องนอนต้องซื้อเอง
เธอยังอยากซื้อของตกแต่งเพิ่มอีกหน่อย เช่น พรม ต้นไม้ประดับ ภาพติดผนัง และถ้วยชามสวย ๆ เพราะรายละเอียดการตกแต่งเหล่านี้ต่างหากที่ทำให้บ้าน “เหมือนบ้าน” อย่างแท้จริง
บ่ายโมงที่ซินทีตี้ แดดกำลังแรง ในย่านที่ปรับปรุงจากบ้านแถวสไตล์ซือคู่เหมินผู้คนไม่พลุกพล่านนัก เธอเดินผ่านร้านคัดสรรของแต่งบ้านระดับไฮเอนด์แห่งหนึ่ง ชื่อร้านว่า “จ่ายอี้”
เธอผลักประตูเข้าไป ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศปะทะใบหน้า ในอากาศมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของน้ำมันหอมระเหยกลิ่นไม้
พนักงานหญิงในเสื้อลินินสีขาวเดินเข้ามาต้อนรับ อายุราวสามสิบปี พูดด้วยจังหวะสบาย ๆ ไม่เร่งรีบ “สวัสดีค่ะ เชิญเลือกชมได้ตามสบายเลยนะคะ ร้านเราเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องนอนระดับไฮเอนด์จากยุโรปหลายแบรนด์ มีทั้งเฟรตเต อีฟ เดอลอร์ม สเฟร์รา มีสินค้าพร้อมขายค่ะ นอกจากนี้ยังมีรุ่นที่ร่วมงานกับนักออกแบบด้วยค่ะ”
สายตาของหลี่เมิ่งเลื่อนจากหน้าร้านเข้ามาด้านใน บนแท่นจัดแสดงทางซ้ายปูเครื่องนอนสีขาวครีมของเฟรตเตเอาไว้ เนื้อผ้าสะท้อนแสงนุ่มนวลใต้ไฟสปอตไลต์
“นี่ของเฟรตเตเหรอ” ก่อนหน้านี้หลี่เมิ่งเองก็ไม่รู้จักแบรนด์เหล่านี้เหมือนกัน เพิ่งเร่งเรียนรู้ข้อมูลแบรนด์มาแบบฉุกละหุก ถึงพอแยกออกได้บ้าง
“ใช่ค่ะ รุ่นกีซาของเฟรตเต ใช้ผ้าฝ้ายเส้นใยยาวจากอียิปต์ ทอ 400 เส้น รุ่นนี้เป็นรุ่นคลาสสิกที่สุดของแบรนด์ โรงแรมระดับท็อปหลายแห่งทั่วโลกก็ใช้รุ่นนี้ค่ะ” พนักงานแนะนำเสียงเบา
