พนักงานหยิบชุดราตรีหลายชุดลงมาจากราว ชุดหนึ่งเป็นเดรสยาวผ้าชีฟองสีเทามุก คอเสื้อออกแบบเป็นคอวีลึก ชายกระโปรงซ้อนทบกันเป็นชั้น ๆ เวลาเดินพลิ้วไหวราวกับหมอกยามเช้า
อีกชุดเป็นเดรสสั้นผ้าซาตินสีแดงไวน์ ตัดเย็บเนี้ยบคม เน้นช่วงเอวด้วยเข็มขัดเส้นเล็กสีทอง อีกชุดเป็นเดรสผ้าซาตินสีแชมเปญอ่อน เปิดไหล่ข้างเดียว เผยกระดูกไหปลาร้าด้านซ้าย ชายกระโปรงลากพื้นเล็กน้อย
อีกชุดเป็นเดรสยาวทรงเอสีฟ้าหม่น เนื้อผ้าสัมผัสด้าน ปักลายดอกไม้จาง ๆ ไว้ทั่วผืน อีกชุดเป็นเดรสผ้าชีฟองสีชมพูนู้ด ซ้อนชั้นด้วยผ้าบางประดับคริสตัลเม็ดเล็ก เดินแล้วระยิบระยับ
หลี่เมิ่งลองทีละชุด
เดรสสีเทามุกสวมแล้วดูดีที่สุด เนื้อผ้าชีฟองเบาราวกับขนนก ชายกระโปรงซ้อนเป็นชั้นแผ่ออกจากเอว เวลาเดินมีเสียงเสียดสีกันเบา ๆ คอวีลึกกำลังพอดี ไม่เปิดเผยมากเกินไป ทั้งยังทำให้ช่วงคอดูสง่างาม เธอหมุนตัวหนึ่งรอบหน้ากระจกสามด้าน ชายกระโปรงพลิ้วขึ้นก่อนทิ้งตัวลง
“ชุดนี้สวยจัง” โจวเหนียนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ พยักหน้าหงึก ๆ “เหมือนนางฟ้าลงมาจากสวรรค์เลย”
พนักงานเสริมว่า “ชุดนี้เป็นคอลเลกชันใหม่ที่เพิ่งเข้ามาค่ะ งานปักลูกปัดทำด้วยมือทั้งหมด ผ้าชีฟองนำเข้าจากอิตาลี ใส่แล้วขับสีผิวคุณมากเลยค่ะ”
หลี่เมิ่งมองตัวเองในกระจกอยู่นาน “เอาชุดนี้ค่ะ”
เธอลองชุดอื่นต่ออีกหลายชุด เดรสสีแดงไวน์กับเดรสเปิดไหล่สีแชมเปญอ่อนเหมาะกับปาร์ตี้เล็ก ๆ หลังงานเลี้ยง สีสันจัดจ้าน สวมแล้วดูโดดเด่นมีออร่า เดรสสีฟ้าหม่นดูสง่างาม เหมาะกับงานเลี้ยงธุรกิจหรืองานสังคมที่เป็นทางการ ส่วนเดรสสีชมพูนู้ดเหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้งในฤดูร้อน
