ตอนนาฬิกาปลุกดัง หลี่เมิ่งลืมตาขึ้นมองโทรศัพท์
เจ็ดโมงเช้า
เธอพลิกตัวลุกขึ้นนั่ง กวาดตามองห้องเล็กแคบคับแห่งนี้ ถุงช้อปปิ้งบนโซฟา กล่องสกินแคร์บนโต๊ะกลาง และข้าวของจิปาถะที่กองอยู่ตรงมุมห้อง ทุกอย่างเบียดเสียดกันจนแทบไม่มีที่ให้วางอะไรเพิ่มแล้ว
แต่โชคดีที่วันนี้เธอก็จะย้ายออกจากที่นี่แล้ว
หลี่เมิ่งใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงเก็บสัมภาระ
จริง ๆ แล้วของไม่ได้มีมากนัก เธอยัดของทุกอย่างที่ต้องทิ้งลงในถุงสัมภาระ ส่วนสกินแคร์กับเสื้อผ้าที่ซื้อใหม่ก็ใส่ลงกระเป๋าเดินทาง พอคืนห้องเช่าก็แค่หิ้วกระเป๋าใบนี้ไปบ้านหลังใหม่
เก็บของเสร็จ เธอก็ส่งข้อความแจ้งเจ้าของห้องว่าจะย้ายออก
“พี่หวังคะ วันนี้ฉันจะย้ายออกแล้วนะคะ กุญแจวางไว้บนตู้รองเท้าหน้าประตู เงินประกันค่อยโอนคืนให้ฉันทีหลังก็ได้ค่ะ”
เจ้าของห้องตอบกลับมาว่า “ได้ค่ะ” พร้อมอีโมจิหน้ายิ้ม
พอนั่งแท็กซี่มาถึงกรีนทาวน์หวงผู่วาน พนักงานต้อนรับของนิติบุคคลก็ยิ้มอย่างเป็นมิตรเมื่อเห็นเธอลากกระเป๋าเดินทางเข้ามา
“สวัสดีตอนเช้าค่ะ คุณหลี่! วันนี้ย้ายเข้ามาอยู่เป็นทางการแล้วเหรอคะ?”
“ใช่ค่ะ วันนี้เลย” หลี่เมิ่งยิ้มทักทาย คนเหล่านี้ก็เป็นเป้าหมายที่เธอจะใช้ปั่นเงินเหมือนกัน เธอจึงต้องวางตัวให้ดีหน่อย
ประตูลิฟต์เปิดออก ตรงโถงทางเข้ายังคงว่างเปล่า
แต่พอเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น แสงแดดก็สาดทะลักเข้ามาจากหน้าต่างบานสูงจรดพื้นแล้ว
ทั้งห้องสว่างจ้าจนแสบตา แม่น้ำหวงผู่ด้านนอกหน้าต่างสะท้อนแสงระยิบระยับ ส่วนสามตึกดังก็ปรากฏชัดท่ามกลางแสงแดดยามสาย ราวกับภาพวาด
เธอยืนอยู่กลางห้องนั่งเล่น สูดหายใจเข้าลึก ๆ ไม่มีกลิ่นแปลก ๆ เลยสักนิด
