เช้าวันรุ่งขึ้น หลี่เมิ่งตื่นเพราะแสงแดด
เธอพลิกตัวลุกขึ้นนั่ง พอผลักประตูกระจกบานสูงจากพื้นจรดเพดานออก แสงจ้าก็ส่องเข้าตาจนเธอต้องหรี่ตา
ผืนน้ำทะเลไกลออกไปดูราวกับไพลินก้อนใหญ่ที่ถูกกดจนแบนราบ ส่วนท้องฟ้าเป็นสีฟ้าจางจนแทบโปร่งใส
เธอกลับเข้าไปเปลี่ยนเป็นชุดว่ายน้ำ แล้วค่อย ๆ เดินลงทะเลตามขั้นบันไดริมระเบียง อุณหภูมิน้ำกำลังพอดี ไม่เย็นไม่ร้อน
เธอลอยตัวอยู่บนผิวน้ำ เงยหน้ามองท้องฟ้า ปล่อยใจให้ผ่อนคลาย
อาหารเช้าถูกพ่อบ้านนำมาวางไว้บนโต๊ะกลมสีขาวที่ระเบียง มีกาแฟหนึ่งกา ครัวซองต์อบใหม่หนึ่งจาน และผลไม้เมืองร้อนหนึ่งจาน
หลี่เมิ่งสวมเสื้อคลุมอาบน้ำนั่งกินอาหารบนระเบียงอย่างช้า ๆ นกทะเลสีขาวสองสามตัวบินโฉบมาจากไกล ๆ วาดเส้นโค้งบนฉากหลังสีฟ้าของท้องฟ้า
ช่วงบ่ายเธออ่านหนังสืออยู่ในวิลล่า แดดแรงเกินไป ไม่เหมาะกับการอยู่กลางแจ้งนาน ๆ
เธอนั่งบนโซฟาในห้องนั่งเล่น พลิกอ่านนิยายเล่มหนึ่งที่นำมาจากประเทศหวา ดื่มด่ำกับเวลาส่วนตัวอันเงียบสงบ
พอตกเย็น หลี่เมิ่งกับหลินจืออี้ไปกินมื้อค่ำที่ภัตตาคารหลักของโรงแรม ภัตตาคารตั้งอยู่กลางผืนน้ำ ตอนที่พวกเธอนั่งลง ท้องฟ้ากำลังเปลี่ยนจากสีส้มแดงเป็นสีม่วงเข้ม แสงบนผิวน้ำทะเลก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามกัน
หลี่เมิ่งสั่งล็อบสเตอร์ย่างราดซอสเนยเลมอน วัตถุดิบดีมาก เนื้อกุ้งสดหวานเด้งสู้ฟัน ซอสที่เสิร์ฟมาด้วยก็สดชื่นไม่เลี่ยน
เธอค่อย ๆ กินจนหมด จิบไวน์ขาวหยดสุดท้ายในแก้ว แล้วเอนพิงพนักเก้าอี้ มองดวงอาทิตย์ยามเย็นที่ค่อย ๆ ลับลงสู่ผืนทะเลไกลออกไป ปล่อยความคิดให้ว่างเปล่าและดื่มด่ำกับทิวทัศน์งดงามตรงหน้า
บางคนอาจคิดว่าการเดินทางคนเดียวช่างเหงา แม้ครั้งนี้หลี่เมิ่งจะพาหลินจืออี้มาด้วย แต่ก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา เธอจึงเพลิดเพลินกับความโดดเดี่ยวเช่นนี้ เธอชอบความสุขจากการได้ทุ่มเทดื่มด่ำกับทิวทัศน์งดงามเพียงลำพัง
