หลินเชียนอิ่งรายงานข่าวนี้ให้ผู้บังคับบัญชาของหล่อนทราบทันที
จะรับเรื่องนี้ได้หรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ผู้บังคับบัญชาของหล่อนต้องพิจารณา แต่หล่อนจำต้องรายงานขึ้นไปอย่างแน่นอน
ครั้นหลินเชียนอิ่งรายงานเสร็จ ทุกคนก็พักผ่อนสักครู่ ร่างกายไม่เมื่อยล้า แต่สภาพจิตใจยังต้องการพักฟื้น
หลังเที่ยงวัน จางเหวยย์พาหลินเชียนอิ่งกับจางเทาออกไปเดินเล่นนอกย่านบ้านจัดสรร
ทว่าแทบไม่ได้อะไรเลย
ทั่วทั้งเมืองชวนเงียบสงัด ราบรื่น ไม่มีสิ่งมีชีวิตจักรกลตัวใดกล้าปรากฏให้เห็น แม้แต่สิ่งมีชีวิตจักรกลจำพวกนกก็ไม่กล้าโผล่หัว มนุษย์ยิ่งไม่กล้าออกมาเหิมเกริม
นี่ทำให้จางเหวยย์จนใจมาก ไม่มีตัวประหลาดให้ฆ่า แล้วจะยกระดับตัวเองได้ยังไง?
เห็นได้ชัดว่าหลินเชียนอิ่งเองก็ตระหนักถึงปัญหานี้ “จางเหวยย์ ถ้ามีตัวประหลาดไม่มากแล้ว จะหาซากโลหะปริมาณมากจากไหนได้ล่ะ? แล้วยังไงสิ่งมีชีวิตจักรกลก็ต้องถูกฆ่าจนหมดสิ้นในสักวันใช่มั้ย?”
จางเหวยย์ได้ยินเช่นนั้นก็ส่ายหน้าให้หลินเชียนอิ่ง “ฆ่าไม่หมดหรอก สิ่งมีชีวิตจักรกลมันขยายพันธุ์ได้ แถมขยายพันธุ์เร็วมาก”
“สิ่งมีชีวิตจักรกลขยายพันธุ์ได้? ฉันไม่เชื่อ” หลินเชียนอิ่งแม้จะอายุยังน้อย แต่หล่อนรู้ดีว่าสัตว์มันสืบพันธุ์กันยังไง
พอเปลี่ยนเป็นสิ่งมีชีวิตจักรกลแล้ว มันจะสืบพันธุ์อย่างไร?
สัตว์ประหลาดเหล็กสองตัวซ้อนกัน นอกจากจะทำให้เกิดประกายไฟแล้ว ยังถูกันจนเกิดผลึกได้งั้นหรือ?
“พวกมันขยายพันธุ์ได้จริงๆ อย่างเช่นหนูจักรกล แค่ตัวมันสะสมพลังรบถึงระดับหนึ่ง ก็ใช้พลังรบเพียงเล็กน้อยขยายพันธุ์ออกลูกเป็นหนูจักรกลตัวน้อยๆ ได้เลย โดยไม่ต้องใช้ระยะเวลาตั้งท้องแบบสัตว์ทั่วไปด้วยซ้ำ”
