หนทางหาเงินที่สวี กั๋วจวินนึกออกก็คือกบป่าในภูเขา
ตอนนี้เป็นปี 1981 แล้ว คุณค่าของกบป่าเริ่มเป็นที่รู้จัก แต่ก็ยังจำกัดอยู่แค่ในวงแคบ ๆ
สำหรับชาวบ้านทั่วไป กบป่าก็ไม่ต่างอะไรจากคางคกในภูเขา ต่อให้เอาไปให้ บางทีพวกเขายังไม่อยากกินด้วยซ้ำ
ช่วงที่จับกบป่าได้ดีที่สุดคือหลังฤดูใบไม้ร่วง ตอนที่เริ่มมีน้ำค้างแข็ง ช่วงนั้นกบป่าจะลงจากเขาเป็นจำนวนมาก แถมยังจับง่ายด้วย
เพราะอย่างนั้นราคากบป่าก็น่าจะไม่แพงนัก แต่ตอนนี้หิมะตกหนักจนปิดทางขึ้นเขาแล้ว กบป่าจำศีลอยู่ใต้น้ำแข็งมานานพอสมควร
พูดได้ว่าเป็นช่วงที่เนื้ออร่อยที่สุด เพราะกบป่าจำศีลมาตลอดฤดูหนาว ของเสียในท้องจึงถูกขับออกไปเกือบหมดแล้ว
ถ้าจับกบป่าได้ตอนนี้ ราคาก็น่าจะแพงกว่าช่วงฤดูใบไม้ร่วงมาก
สวี กั๋วจวินจึงหมายตากบป่าในภูเขาไว้
แถบหมู่บ้านของสวี กั๋วจวินมีทั้งบึงและแอ่งน้ำอยู่มาก กบป่าจึงมีไม่น้อยเลย
ถ้าไปกับพี่ใหญ่และพี่รอง แล้วจับกบป่ามาให้ได้สักมาก ๆ ก็จะได้เงินก้อนโตเหมือนกัน
อีกอย่าง ไก่ฟ้าจีนแถวนี้ก็จับไปเกือบหมดแล้ว สวี กั๋วจวินจึงต้องคิดหาหนทางอื่นบ้าง
หลังสวี ไห่หมินกลับไป สวี กั๋วจวินก็กลับเข้าบ้าน แล้วเห็นหวังฉิงทำหน้ากังวลอยู่
เขาจึงถามขึ้นว่า “เป็นอะไรไปล่ะ เมียจ๋า เห็นท่าทางไม่ค่อยสบายใจเลย”
หวังฉิงถอนหายใจออกมาก่อน
“เฮ้อ เงินในบ้านเรามีอยู่แค่นี้เอง พอได้ยินว่าคุณจะสร้างบ้าน ฉันก็ร้อนใจจนปากเป็นแผลไปหมดแล้ว”
“บ้านเราซ่อมแซมอีกหน่อยก็ยังอยู่ได้ ทำไมต้องสร้างบ้านอิฐมุงกระเบื้องหลังใหญ่โตด้วยล่ะ ต้องใช้เงินเท่าไรกัน”
