กว่า 2 ปีต่อมา
【หลี่จิ่งเฉิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเครือบริษัทตี้จิ่ง เดินทางกลับเมืองนานตี้ในวันนี้ เพื่อเข้าร่วมประชุมตัดสินใจของคณะกรรมการบริหาร มีข่าวว่าคุณหลี่ใช้เวลาเพียง 2 ปีก่อตั้งบริษัทมหาชนและแบรนด์ของตัวเองได้สำเร็จ ทั้งยังมีอายุเพียง 29 ปี นับเป็นบุคคลที่อายุน้อยที่สุดในเมืองนานตี้ที่...】
เจียงถงไม่ได้ยินคำพูดที่เหลือแล้ว
เมื่อเห็นข่าวนี้ แอปเปิลฟูจิที่กำลังกัดอยู่ก็ร่วงลงพื้น
เธอมองชายหนุ่มรูปหล่อบนหน้าจอโทรทัศน์อย่างเหม่อลอย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายดูสุขุมเย็นชา แนวกรามได้รูปชัดเจน ดวงตาลึกล้ำสีดำสนิทเผยความมุ่งมั่นหนักแน่นมากขึ้น
นักข่าวต่างพากันแย่งกันสัมภาษณ์ ทว่าเขาเพียงเอ่ยเสียงเรียบว่าไม่รับสัมภาษณ์ ก่อนขึ้นรถไป เหลือไว้เพียงแผ่นหลังกว้างสง่างามบนหน้าจอ
เจียงถงใจลอยไปหมด
เวลาผ่านไปกว่า 2 ปี เกือบ 3 ปีแล้ว นับตั้งแต่หย่ากับเขา ทั้งคู่ก็ไม่เคยพบกันอีกเลย
เขาหล่อเหลากว่าเดิม มีเสน่ห์และสง่างามขึ้น ทุกอิริยาบถแผ่กลิ่นอายสูงศักดิ์ เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ เขาก็ก่อตั้งกลุ่มธุรกิจของตัวเอง แม้เพิ่งเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ไม่นาน แต่รายได้ต่อปีก็สูงถึงหลายหมื่นล้านแล้ว
ทรัพย์สินของเขาคงมีอย่างน้อยหมื่นล้านแล้วสินะ?
“หม่าม้า คุณลุงในโทรทัศน์หล่อจังเลย!”
เสียงเล็ก ๆ อ่อนหวานดังขึ้น เด็กน้อยเอียงคอ ขณะอมอมยิ้มอยู่ในปาก
เจียงถงกำลังคิดถึงหลี่จิ่งเฉิน จึงเผลอหลุดปากออกมาสองคำว่า “คุณหลี่!”
เจ้าตัวเล็กพยักหน้า ใบหน้าจิ้มลิ้มเหมือนหลี่จิ่งเฉินราวกับถอดแบบกันมาเป๊ะ ๆ เลียนเสียงเจียงถงอย่างได้เรื่องได้ราว “คุณลุงเกาลัด!”
คุณลุงเกาลัด...พูดอะไรของเขานะ...
เจียงถงได้สติ ไอกระแอมหนึ่งที ก่อนรีบปิดโทรทัศน์แล้วเร่งเจ้าตัวเล็ก “ไปล้างมือเร็ว เตรียมกินข้าวแล้ว”
เจ้าตัวเล็กเบะปาก “วันนี้กินข้าวต้มอีกแล้วเหรอ...”
เจียงถงขึงตาใส่ “มีให้กินก็ดีแค่ไหนแล้ว”
เจ้าตัวเล็กเบะปากอีกครั้ง ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ “หม่าม้าคนอื่น...ทำเนื้ออร่อย ๆ ให้ลูกกิน...”
เจียงถงเลิกคิ้ว “งั้นก็ไปหาหม่าม้าที่ทำกับข้าวเป็นสิ ยังไงแม่ก็ทำหมูตุ๋นซีอิ๊วไม่เป็นหรอก”
เจ้าตัวเล็กบีบจมูก กินข้าวต้มสีขาวตรงหน้าอย่างน่าสงสาร
เด็กน้อยผิวขาวนวลคนนี้ชื่อเจียงหมิงหยาง เป็นลูกชายของเธอ ชื่อเล่นหยางหยาง อีกไม่นานก็จะอายุครบ 2 ขวบแล้ว
หลังหย่าได้ไม่นาน เธอก็พบว่าตัวเองตั้งครรภ์ ลูกในท้องโตได้หลายเดือนแล้ว!
ตอนนั้นเธอทำอะไรไม่ถูกเลย! ทั้งที่หย่ากันไปแล้ว! ยิ่งไปกว่านั้น หลี่จิ่งเฉินก็ออกจากเมืองนานตี้ไปแล้ว!
คนที่อยู่เคียงข้างและรู้เรื่องลูก มีเพียงเพื่อนสนิทของเธอ สวีเหมียวเหมียว
สุดท้ายเธอตัดสินใจคลอดลูกออกมา และให้ลูกใช้นามสกุลของเธอ
ลูกชายมีนิสัยเหมือนพ่อ ทั้งรักความสะอาดและชอบกินอาหารรสอ่อน ไม่ชอบกินก๋วยเตี๋ยวหอยทากหรือเต้าหู้เหม็น
ทุกครั้งที่เธอกินก๋วยเตี๋ยวหอยทาก เจียงหมิงหยางจะบีบจมูก แสดงท่าทีรังเกียจและต่อต้าน
เจียงถงยกชามตรงหน้าขึ้นดื่มน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวหอยทากอย่างเอร็ดอร่อย จากนั้นก็ยื่นชามไปทางเจียงหมิงหยาง “ลองกินสักคำสิ อร่อยมากเลยนะ”
“ไม่เอา! ไม่กินของเหม็นเหมือนอึหรอก!” เจียงหมิงหยางบีบจมูกแน่นกว่าเดิม
เจียงถงพูดไม่ออก “เหมือนพ่อไม่มีผิด”
เจียงหมิงหยางพึมพำ “แล้วพ่ออยู่ไหนล่ะ?”
เจียงถงหยิบกระดาษมาเช็ดปากอย่างสงบนิ่งเหมือนทุกครั้ง “แม่บอกไปแล้วไม่ใช่เหรอว่าพ่อทั้งแก่ทั้งขี้เหร่ แม่ไม่เอาเขาแล้ว”
เจียงหมิงหยางว่า “งั้นแม่รีบหาพ่อใหม่ให้ผมสิ! ผมอยากได้พ่อที่ทำเนื้ออร่อย ๆ เป็น แล้วก็หล่อเหมือนคุณลุงในโทรทัศน์ด้วย!”
แค่ก ๆ เจียงถงสำลัก...
หลี่จิ่งเฉินทำอาหารเป็นจริง ๆ แถมยังทำอร่อยมากด้วย
กำลังคิดอยู่ โทรศัพท์ก็ดังขึ้น เจียงถงมองชื่อผู้โทรแล้วกดรับสาย
“ฉันส่งข้อความไปทำไมไม่ตอบเลยล่ะ เธอไม่เห็นบัตรเชิญวันเกิดที่ซ่งชิงอี้ส่งให้หรือไง?”
สวีเหมียวเหมียวโทรมา
ซ่งชิงอี้เป็นเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยของเจียงถง ทั้งคู่สนิทกันดี อีกสองวันจะถึงวันเกิดของเขา จึงเชิญเจียงถงกับสวีเหมียวเหมียวไปร่วมงาน
เจียงถงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบว่า “ฉันไม่ไปดีกว่า”
ตอนนั้นเอง ในงานเลี้ยงปิ้งย่างที่ซ่งชิงอี้จัด เธอได้พบหลี่จิ่งเฉินเป็นครั้งแรก
พูดได้ว่าซ่งชิงอี้เป็นพ่อสื่อที่ทำให้เธอกับหลี่จิ่งเฉินได้แต่งงานกัน
ตอนนี้ซ่งชิงอี้จะฉลองวันเกิด เธอไม่แน่ใจว่าหลี่จิ่งเฉินจะไปหรือเปล่า ทั้งคู่หย่ากันมานานกว่า 2 ปีแล้ว แทบไม่ต่างจากคนแปลกหน้า
“ไปเถอะ ซ่งชิงอี้โทรมาหลายรอบแล้ว อยากให้เธอไป ปีที่แล้วเธอก็ไม่ไป พวกเราเป็นเพื่อนกันมาตั้งหลายปี เขาโกรธแล้วนะ”
เจียงถงขมวดคิ้ว “ช่างเถอะ! ฉันซื้อของขวัญให้เขาก็พอ”
“หม่าม้า หม่าม้า”
เจียงหมิงหยางดึงแขนเสื้อเจียงถง พลางชี้ไปยังชื่อบนบัตรเชิญวันเกิดที่วางอยู่บนโต๊ะ ตัวอักษรตัวที่สามในชื่อซ่งชิงอี้...
“กระต่ายน้อยขี่สกู๊ตเตอร์ ตัวนี้อ่านว่าอะไรเหรอ?”
“อ่านว่า อี้”
เจียงหมิงหยางฉลาดมาก ทั้งการพูดและการอ่านตัวอักษรล้วนเรียนรู้ได้เร็วกว่าวัยเดียวกัน เจียงถงคิดว่าลูกชายคงได้ความสามารถด้านภาษามาจากเธอ เพราะมีพรสวรรค์ด้านภาษามากกว่าคนทั่วไป
สวีเหมียวเหมียวได้ยินเสียงเจียงหมิงหยางก็หัวเราะเบา ๆ
“ฉันช่วยดูแลหยางหยางให้เอง! เธอไม่ต้องกังวลเรื่องหลี่จิ่งเฉินหรอก ตอนนี้เขาเป็นประธานบริษัทใหญ่ เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกลุ่มธุรกิจข้ามชาติ งานยุ่งจนแทบไม่มีเวลา ซ่งชิงอี้ต่อให้อยากให้หลี่จิ่งเฉินมา เขาก็คงไม่มาหรอก”
พูดยังไม่ทันรอให้เจียงถงตอบ สวีเหมียวเหมียวก็พูดต่อเองว่า “ตกลงตามนี้นะ เดี๋ยวฉันไปรับหยางหยาง”
เจียงถงจนใจ
จะออกไปข้างนอกก็ต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่ ตอนแรกเธอไม่รู้หรอก แต่พอเป็นแม่แล้วถึงได้รู้ว่าค่ากินค่าใช้จ่ายแพงแค่ไหน เธอไม่ได้ซื้อเสื้อผ้าเพิ่มเข้าตู้มานานแล้ว
รถในโรงรถขายไปหมดแล้ว เหลือเพียงรถปอร์เช่คาเยนน์คันเดียว
คืนนั้น เจียงถงแต่งตัวเรียบร้อยแล้วออกไปตามลำพัง
เมื่อมาถึงหน้าโรงแรมห้าดาว เจียงถงจอดรถแล้วเห็นรถของซ่งชิงอี้
พนักงานพาเธอมาหยุดหน้าห้องส่วนตัวที่มีป้ายเขียนว่า “ห้องกุหลาบ” เธอผลักประตูเข้าไป
“โอ้โห นี่ใครกัน! วันนี้มาร่วมวันเกิดฉันได้ นับว่าหายากจริง ๆ!”
ชายหนุ่มเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มจาง ๆ ทำให้เจียงถงคลายความกังวลลงทันที
เจียงถงยิ้มรับคำแซวของซ่งชิงอี้ ก่อนกอดเขาสั้น ๆ “มาช้าไปหน่อย รถติดน่ะ”
เธอซื้อของขวัญให้ซ่งชิงอี้มาแล้ว จึงยื่นของขวัญของสวีเหมียวเหมียวให้เขาพร้อมกัน
ระหว่างมองไปรอบ ๆ เธอก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
โชคดีที่หลี่จิ่งเฉินไม่อยู่!
ซ่งชิงอี้เชิญเจียงถงให้นั่งลง!
นอกจากเพื่อนร่วมชั้นที่คุ้นเคยกันแล้ว ยังมีเพื่อนสมัยเด็กและเพื่อนอีกหลายคนของซ่งชิงอี้ ซึ่งเจียงถงไม่รู้จัก
“เหล่าซ่ง สาวสวยคนนี้เป็นใครเหรอ?” ชายหลายคนพากันมองเจียงถง
“ดาวคณะของมหาวิทยาลัยนานตี้ของพวกเราไง! ไม่ต้องมองแล้ว มีเจ้าของแล้ว”
เจียงถงถึงกับพูดไม่ออก เธอไปมีเจ้าของตั้งแต่เมื่อไรกัน?
ซ่งชิงอี้มองนาฬิกา “ยังขาดอีกคน ทำไมยังไม่มาสักทีนะ! อย่าบอกนะว่าจะไม่มา” เจียงถงกำลังจะถามว่าใครยังจะมาอีก
“รถติดน่ะ มาช้าไปหน่อย”
ตรงประตู
เสียงทุ้มต่ำชวนให้ใจสั่นดังขึ้น
