(เริ่มใช้ชื่อตามในละครแล้วนะคะ)
วันรุ่งขึ้น ฟ้าโปร่งแจ่มใส สายลมรื่นรมย์ นับเป็นวันดีสมบูรณ์แบบ
อันหลิงหรงออกเดินทางแต่เช้า หามุมสงบเงียบรออยู่เงียบ ๆ การแต่งกายของนางเผยให้เห็นความขัดสนอย่างชัดเจน ผู้อื่นจึงไม่สนใจจะเสวนาด้วย
เหล่าสาวงามที่มาเข้าประกวดล้วนถูกอบรมสั่งสอนมาอย่างดี ไม่เหมือนร่างเดิมที่ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากในบ้าน อย่าว่าแต่ได้รับการอบรมอย่างกุลสตรีเลย แม้แต่การอ่านออกเขียนได้ขั้นพื้นฐานนางก็ยังไม่เคยได้รับ
อันปี่หวยหลงอนุภรรยาจนไม่เห็นหัวภรรยาหลวง ต่อบุตรีสายตรงอย่างร่างเดิมก็ไม่มีความรักใคร่เอ็นดูเลย ต่อให้ร่างเดิมจะผ่านการคัดเลือกขั้นต้นมาได้ เขาก็ไม่คิดว่านางจะมีวาสนาถูกเลือกเข้าถวายตัว เงินทองก็ไม่ให้ติดตัวมาเลยสักตำลึง
อันหลิงหรงสงบเสงี่ยมอยู่ตลอดเวลา จึงไม่มีเหตุการณ์ที่เดินชนสาวงามคนอื่นให้ต้องวุ่นวาย และก็ไม่จำเป็นต้องมีวาสนามาพบกับเจินหวน
"เรียกตัวเข้าเฝ้า... อันหลิงหรง อี้ปิงชิง เจียงหรูหลิน ไต้หยิง หลิวเหลียนจื่อ ชีซือฉิน ทั้งหกคน"
สาวงามที่ขึ้นก่อนหน้าต่างถูกคัดออกไปทีละชุด ๆ ไม่นานก็ถึงคราวของอันหลิงหรงในการเข้าคัดเลือกต่อหน้าพระพักตร์ นางสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก้าวตามหลังสาวงามคนอื่นไป
"ธิดาของอันปี่หวย ผู้ช่วยเจ้าเมืองอำเภอซงหยาง นามว่าอันหลิงหรง อายุสิบหกปี"
"หม่อมฉันอันหลิงหรง เข้าเฝ้าองค์ฮ่องเต้ เข้าเฝ้าไทเฮา ขอพระองค์และไทเฮาทรงพระเกษมสำราญ พักตร์ผ่อง
อันหลิงหรงคุกเข่าถวายบังคม ร่างเดิมเคยถูกอี๋ซิวฝึกฝนมา ช่วงท้าย ๆ เสียงพูดจึงคล้ายกับฮองเฮาฉุนหยวนอยู่เจ็ดแปดส่วน
สิ่งที่ร่างเดิมต้องการไม่ใช่พระทัยที่แท้จริงของฮ่องเต้ นางเพียงต้องการเหยียบทุกคนไว้ใต้เท้า ให้ผู้ที่ดูถูกชาติตระกูลต่ำต้อยของนางต้องพ่ายแพ้อยู่ในกำมือ
ร่างเดิมชังผู้คนมากมาย และก็ชังฮ่องเต้ที่มองนางเป็นของเล่น นางไม่เคยรักฮ่องเต้เลยตั้งแต่ต้นจนจบ ดังนั้นเมื่อรู้ถึงจุดที่ตนเหมือนกับฮองเฮาฉุนหยวน จึงไม่เคยรู้สึกเศร้าหมอง
นางคือผู้ปฏิบัติภารกิจ ทุกสิ่งทำไปเพื่อปณิธานของผู้ขอพร ดังนั้นนางจะใช้ทุกสิ่งที่พอจะใช้ได้ และน้ำเสียงนี้ก็คืออาวุธที่ดีที่สุดในยามนี้
"เงยหน้าขึ้น"
ฮ่องเต้ที่เริ่มเบื่อหน่ายพลันเกิดความรู้สึกขึ้นในใจ รับสั่งให้อันหลิงหรงเงยหน้า
อันหลิงหรงเงยหน้าขึ้นอย่างว่าง่าย ฮ่องเต้เผยแววผิดหวังเล็กน้อย เสียดายที่มีเพียงน้ำเสียงที่เหมือน
ฮ่องเต้ยังมิทันได้ตรัสอะไร ก็มีผีเสื้อโบยบินเข้ามา เกาะบนเสื้อของอันหลิงหรง
"ลวดลายปักบนตัวเจ้าไม่ธรรมดาเลย สมจริงมีชีวิตชีวา ถึงกับล่อผีเสื้อมาได้"
ไทเฮาเพ่งมองดูดี ๆ จึงพบว่าลวดลายปักบนตัวอันหลิงหรงนั้นไม่ธรรมดาอย่างยิ่ง
"ทูลไทเฮาเพคะ มารดาของหม่อมฉันเป็นช่างปักซูซิ่วที่ฝีมือเจนจัด หม่อมฉันหัดปักตามมารดามาตั้งแต่เล็ก แต่ก็เรียนรู้ฝีมือของท่านได้เพียงครึ่งเดียวเพคะ"
เมื่อกล่าวถึงอาภรณ์บนร่าง อันหลิงหรงที่เมื่อครู่มีท่าทีประหม่าก็สงบลง
วันนี้นางเกล้ามวยผมแบบเสี่ยวเหลียงปาโถว ตรงกลางพันด้วยเชือกแดง ปักปิ่นดอกท้อขนนุ่มสีชมพูสลับขาวด้านขวา ปักปิ่นเงินเรียบ ๆ สองเล่มด้านซ้าย
ดวงตาหวานใสราวลูกกวางที่ไม่รู้จักภัย แผ่วบางอ้อนแอ้น ยืนอยู่ตรงนั้นลำพัง ก็น่าทะนุถนอมนัก
สวมฉีกงลายดอกท้อปักบนผ้าขาวจันทรา เนื้อผ้าไม่ดีไม่เลว ดูธรรมดา ทว่าลายดอกยี่โถซ้อนกันหลายชั้นนั้นปักได้งดงามจับตายิ่ง
ซูซิ่วชั้นดีไม่เพียงเน้นฝีมือปัก แต่วัสดุที่ใช้ก็ยอดเยี่ยมที่สุดด้วย ดังนั้นแม้ลายปักบนตัวอันหลิงหรงจะงดงาม ผู้คนก็ยังไม่สนใจนางอยู่ดี
"เสด็จแม่ ถึงเพียงผีเสื้อยังหลงว่านางคือดอกท้อ หากจะมอบป้ายบุปผาก็จะขัดกับฤดูกาลยิ่งนัก"
ฮ่องเต้ทรงหมุนลูกประคำ พลางรู้สึกเบิกบานขึ้นมาบ้าง หลังจากที่ทรงอึมครึมมาตลอดช่วงเช้า
ฮองเฮาฉุนหยวนสิ้นพระชนม์ในยามที่ทั้งคู่กำลังเสน่หาอาลัยอย่างลึกซึ้ง ภาพของนางในดวงพระทัยของฮ่องเต้จึงถูกทำให้งดงามเกินจริงไปเสียทุกส่วน ดังนั้นขอเพียงเป็นคนหรือสิ่งที่พาดพิงถึงนาง ฮ่องเต้ก็จะสนพระทัยเป็นพิเศษเสมอ
"ให้ฮ่องเต้ตัดสินใจเองเถิด"
ไทเฮาไม่ทรงคัดค้าน ด้วยชาติตระกูลเช่นอันหลิงหรง ต่อให้ถูกเลือกเข้าวังก็ไม่สามารถสร้างคลื่นลมอะไรได้
ยิ่งกว่านั้น ตอนนี้เหนียนซื่อหลันในวังได้ครอบครองความโปรดปรานจากฮ่องเต้แต่เพียงผู้เดียว กดดันอี๋ซิวจนหายใจไม่ทั่วท้อง เพื่อความรุ่งโรจน์ของสกุลอูลาน่าลา นางจึงต้องวางแผนการมากขึ้นเป็นธรรมดา
"อันหลิงหรง ธิดาของอันปี่หวย ผู้ช่วยเจ้าเมืองอำเภอซงหยาง ทรงเก็บป้าย มอบถุงหอม"
ขันทีน้อยผู้ประกาศลำดับเข้าใจในทันที อันหลิงหรงก็ถูกคัดเลือกเข้าเช่นนี้
"หม่อมฉันขอบพระทัย ฮ่องเต้ ไทเฮา เพคะ"
อันหลิงหรงเผยความดีใจอย่างพอเหมาะพอดี ถวายบังคมแล้วยื่นมือรับถุงหอมด้วยความเคารพ